Home

Company Profile

Branch

Overview Product Library

Promotions

Products

เคมีภัณฑ์ทั่วไป

อุตสาหกรรมน้ำ

อุตสาหกรรมหัตถกรรม OTOP

อุตสาหกรรมอาหาร

อุตสาหกรรมเครื่องสำอางค

อุตสาหกรรมงานหล่อ,ปั้น

อุตสาหกรรมสิ่งทอ

อุตสาหกรรมทำความสะอาด

อุตสาหกรรมทั่วไป

สระว่ายน้ำ

น้ำหอม&Natural Extract

Essentials Oil

Fragrances Oil

Perfumes Oil

กลิ่น Flavour อาหาร

สารสกัดธรรมชาต

น้ำมันนวด Spa

น้ำยาทำความสะอาด

เครื่องมือวิทยาศาสตร์

เครื่องวัดค่า pH,EC,TDS,ORP

Chemical Test Kits

ปั๊มดูด-จ่ายเคมี

อุปกรณ์ SAFETY

สีอุตสาหกรรมทุกชนิด

สีผสมอาหาร

สีย้อมผ้า (Direct & Reactive Dye)

สีผสมเทียน

อุปกรณ์สระว่ายน้ำ

Filters

Pumps&Moters

Underwater Lights

Maintenance Kits

Spare Parts

Pool Services Care

เครื่องกรองน้ำ&อุปกรณ์

ถังกรองน้ำ สแตนเลส , ไฟเบอร์

ไส้กรองน้ำ เซรามิค & PP,เชือก

สารกรองน้ำ

อุปกรณ์กรองน้ำ

Services
Contact us

สาขา : เชียงใหม 0-5320-4446-7

สาขา : เชียงราย 0-5374-2860-2

สาขา : ลำปาง 0-5435-2861

สาขา : พิษณุโลก 0-5530-3641

สาขา : ลำพูน 0-5351-0819

World Chemical Group --- ศูนย์์รวมเคมีภัณฑ์ทุกชนิดในภาคเหนือ --- เคมีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่,ขนาดย่อม,เคมีฟอกย้อม,สิ่งทอ, เคมีอาหาร,วิตามินซี,สีผสมอาหาร, เคมีภัณฑ์บำบัดน้ำและน้ำดื่ม, เคมีกระดาษสา,เทียน ,งานหล่อเรซิ่น, เคมีและน้ำยาทำความสะอาด, สีย้อมผ้าทุกชนิด,อุปกรณ์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ , อุปกรณ์สระว่ายน้ำ ,คลอรีนฯลฯ
สาระน่ารู้

<< กลับหน้ารวมสาระน่ารู้

วิธีการใช้คลอรีนที่ถูกต้องและปลอดภัย



     คลอรีน  เป็นสารเคมีที่มีประสิทธิภาพสูง สำหรับใช้ฆ่าเชื้อโรค ที่สามารถนำไปใช้ในด้านต่างๆมากมาย ทั้งในด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ตลอดจนสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ในขบวนการผลิตน้ำดื่ม-น้ำใช้ ในโรงงานอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ในฟาร์มเลี้ยงปศุสัตว์ ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำ ในตลาดสดหรือครัวเรือน ในสระว่ายน้ำ รวมทั้งใช้ในการบำบัดน้ำเสียจากแหล่งต่างๆ เป็นต้น นอกจากนั้นคลอรีนยังมีปลอดภัยสูง เพราะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ดีมาก และสามารถสลายตัวได้อย่างรวดเร็วในธรรมชาติ
 
  คลอรีนที่ใช้โดยทั่วไป มีอยู่ 3 รูปแบบคือ   คลอรีนจะใช้ได้ที่ใดบ้าง  
 
      } อยู่ในรูปก๊าซ ได้แก่
                - ก๊าซ คลอรีน
     
}
อยู่ในรูปน้ำ ได้แก่
                - โซเดี่ยมไฮโปคลอไรท์ ( คลอรีนน้ำ )
                - คลอรีนเหลว ( Liquid Chlorine )
                - น้ำยาฟอกขาว (Liquid Calcium Hypochlorite )
     
} อยู่ในรูปของแข็ง ได้แก่
                - แคลเซี่ยม ไฮโปคลอไรท์
                - โซเดี่ยมไดคลอโร ไอโซไซยานูเรท ( DCCNa )
                - ไตรคลอโร ไอโซไซยานูริคแอซิด


            ตาราง เปรียบเทียบคุณสมบัติของคลอรีน
 
         } สระว่ายน้ำ
        
} 
การทำน้ำดื่ม-น้ำใช้
                - การทำน้ำประปา , น้ำดื่ม
        
} 
การเษตร
                 - ปศุสัตว์ , ประมง
        
} 
โรงงานอุตสาหกรรม
                 - ผลิตเครื่องดื่ม , อาหารกระป๋อง , แปรรูปผลิตภัณฑ์
                   เนื้อสัตว์ , โรงแช่แข็ง และอื่นๆ
        
} 
การบำบัดน้ำเสีย
                 - โรงพยาบาล , ตลาดสด , น้ำทิ้งจากโรงงาน
 
 
         
  ปฏิกิริยาและการออกฤทธิ์ของ คลอรีน  
 
         } คลอรีน มีคุณสมบัติเป็นตัวออกซิไดซ์ที่รุนแรง เมื่อละลายน้ำจะเกิดปฏิกิริยากับน้ำแตกตัวให้คลอรีน ซึ่งจะไปทำลายสารอินทรีย์ ที่ทำ
            ให้เกิดสีและกลิ่นในน้ำ ช่วยตกตะกอน ลดการเกิดฟอง และทำลายเชื้อจุลินทรีย์ รวมทั้งสิ่งมีชีวิตต่างๆในน้ำ
        
}
ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น เมื่อสารประกอบคลอรีนละลายน้ำ
                               
คลอรีนชนิด ก๊าซคลอรีน

                                                                 

                               
คลอรีนชนิด แคลเซี่ยม ไฮโปคลอไรท์

                                                          

         
} ความสามารถในการออกฤทธิ์ ของคลอรีนจะขึ้นอยู่กับ
                      - ปริมาณของ Free คลอรีน ซึ่งได้แก่
                              OCl- ( Hypochlorite Ion ) และ HOCl ( Hypochlorus Acid ) ซึ่ง HOCl จะออกฤทธิ์ได้รุนแรงกว่า OCl- 80-200 เท่า การเปลี่ยนจาก OCl- เป็น HOCl จะขึ้นกับ pH ของน้ำ โดยที่ pH ของน้ำยิ่งต่ำ (มีฤทธิ์เป็นกรด) OCl- ก็จะเปลี่ยนไปเป็น HOCl มากขึ้น และจะเปลี่ยนหมดที่ pH ต่ำกว่า 5 ลงมา จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม คลอรีนจึงออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นเมื่อ pH ของน้ำต่ำลง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วคลอรีน จะออกฤทธิ์ได้ดีในช่วง pH 6-7
                      - ปริมาณของคลอรีนที่ใช้
                               คลอรีนจะออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้ดี จะต้องใช้ให้ได้ปริมาณความเข้มข้นที่เหมาะสม
                      - อินทรีย์วัตถุ และอนินทรีย์วัตถุในน้ำ
                               ได้แก่พวกตะกอนแขวนลอยในน้ำ ถ้ามีมากจะต้องใช้คลอรีนในปริมาณที่มากตามไปด้วย

                    
ตาราง แสดงปริมารการใช้คลอรีนที่เหมาะสม
 
 
  คลอรีนชนิดต่างๆที่ใช้กันโดยทั่วไป   
 
          คลอรีนที่ใช้กันโดยทั่วไป ในธุรกิจต่างๆ มีข้อดี-ข้อเสีย แตกต่างกัน ดังนั้นการใช้คลอรีนให้ได้ผลจำเป็นต้อง กำหนดวัตถุประสงค์ของการใช้ แล้วทำการเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย ของคลอรีนชนิดต่างๆ เพื่อให้สามารถใช้คลอรีนได้ถูกต้องได้ผลสูงสุดตามที่ต้องการ

                     
ตาราง เปรียบเทียบ ข้อดี-ข้อเสีย ของคลอรีนชนิดต่างๆ

 
 
                                  แคลเซี่ยม ไฮโปคลอไรท์ ( Calcium Hypochlorite )
          เป็นคลอรีนที่ใช้กันแพร่หลายที่สุด มีหลายความเข้นข้นให้เลือกใช้ตั้งแต่ 35-70% หาได้ง่ายและมีหลายระดับราคา เนื่องจากมีหินปูนเป็นองค์ประกอบ ดังนั้นเวลาละลายน้ำ จะมีตะกอนที่ไม่ละลายน้ำค่อนข้างมาก จึงมีความจำเป็นต้องวางทิ้งไว้ให้ตกตะกอนก่อน แล้วนำเฉพาะส่วนที่ใสไปใช้ เพื่อป้องกันการอุดตันของถังจ่ายคลอรีน
          หลังละลายน้ำ คลอรีนจะแตกตัวให้ Hypochlorite ion ( OCl- ) ซึ่งมีประจุลบ ทำให้มีบางส่วนไปจับกับตะกอนแขวนลอยในน้ำก่อน และมีส่วนน้อยเปลี่ยนรูปเป็น HOCl ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้รุนแรงกว่า ทำให้การใช้ในน้ำที่มีตะกอนมากจะได้ผลลดลง
          เนื่องจากเป็นคลอรีนที่มี pH มากกว่า 9 จึงมีฤทธิ์กัดกร่อนสูง และเพื่อให้ใช้ได้ผลดี จำเป็นต้องกำจัดตะกอนในน้ำก่อน และควรปรับค่า pH ของน้ำให้เป็นกรดเล็กน้อยที่ 6-6.8 โดยใช้กรดเกลือจะทำให้คลอรีนออกฤทธิ์ดีขึ้น
 
     
   
                                                        โซเดี่ยม ไฮโปคลอไรท์ ( Sodium Hypochlorite )
              เป็นคลอรีนชนิดน้ำ ความเข้มข้นของ Available Chlorine 10% ทำให้สะดวกและง่ายต่อการใช้ แต่เนื่องจากอยู่ในรูปน้ำ ทำให้มีความคงตัวต่ำมาก ต้องใช้ให้หมดภายใน 2 วัน เพราะหลังจากนั้น Available Chlorine จะลดลงอย่างรวดเร็ว จนมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอในการฆ่าเชื้อโรค
              ถึงแม้จะเป็นคลอรีนรูปน้ำ เป็น Free Chlorine ทั้งหมด แต่เนื่องจากตัวคลอรีนมี pH มากกว่า 9 ทำให้ Free Chlorine อยู่ในรูป OCl- ซึ่งจะไปจับกับตะกอนในน้ำก่อน และมีส่วนน้อยที่เปลี่ยนรูปเป็น HOCl จึงมีประสิทธิภาพต่ำในการใช้งานทั่วๆไป ยกเว้นจะมีการกำจัดตะกอนต่างๆในน้ำก่อน และปรับ pH ของน้ำให้ไม่เกิน 7 จึงจะใช้ได้ผลดี แต่ก็ยังมีฤทธิ์กัดกร่อนสูง
 
   
 

                                 คลอรีน 90% ( Trichloroisocyanuric Acid )
             เป็นคลอรีนที่มีความเข้มข้นสูงถึง 90% สามารถละลายน้ำได้หมด ไม่มีตะกอนหลงเหลือ แต่ละลายได้ช้ามากใช้เวลาในการละลายน้ำนาน เมื่อละลายน้ำแล้วจะแตกตัวให้ HOCl และ Cyanuric Acid ทำให้มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อสูงมาก สามารถออกฤทธิ์ได้ดีกว่า คลอรีนชนิด Hypochlorite 8-10 เท่า
             แต่เนื่องจากเป็นสารประกอบคลอรีน ที่มีฤทธิ์เป็นกรดแก่ pH 2-3 ทำให้ค่อนข้างอันตรายในการใช้ และยังทำให้ pH ของน้ำลดลง และมีฤทธิ์กัดกร่อนสูง 
 
 
              คลอรีนชนิด DCCNa ( Sodiumdichloro Isocyanurate )
        เป็นสารประกอบคลอรีนที่พัฒนาล่าสุด ให้มีความคงตัวสูงเก็บรักษาได้นาน สามารถละลายน้ำได้อย่างรวดเร็ว และไม่มีตะกอนหลงเหลือ มี pH ที่เหมาะสมที่ 6.4-6.8 สามารถผลิตได้ทั้งในรูป ผง ,เกร็ด และเม็ด ( Tablet ) ทำให้นำไปใช้งานได้อย่างหลากหลาย และเหมาะสมต่อสภาพการใช้งาน
       DCCNa หลังจากละลายน้ำแล้ว จะแตกตัวให้ HOCl ( Hypochlorous acid ) และ Cyanuric Acid ( ที่ช่วยทำให้ HOCl มีความคงตัวในน้ำเพิ่มมากขึ้น ) ไม่มีผลกระทบต่อค่า pH ของน้ำ สามารถออกฤทธิ์ได้ดีแม้แต่ในน้ำที่มี pH 8-9 โดยมีผลทำให้ประสิทธิภาพลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
       DCCNa สามารถออกฤทธิ์ได้ดีกว่า คลอรีนชนิด Hypochlorite 2-10 เท่า จึงใช้น้อยแต่สามารถฆ่าเชื้อได้ดี ไม่ทำให้หัวจ่ายคลอรีนอุดตัน สามารถสลายตัวได้เร็ว และมีฤทธิ์กัดกร่อนน้อยกว่าคลอรีนชนิดอื่นๆ
 
     
               
               
  การคำนวนหาอัตราการใช้คลอรีน และวิธีการใช้คลอรีนที่ถูกต้อง  
 
           } การหาปริมาณคลอรีนที่ใช้

                                 

            
} 
ตัวอย่างการคำนวน
                     - ต้องการใช้คลอรีน 60% ที่ความเข้มข้น 20 ในน้ำจำนวน 100 ลิตร

                                   

                       ต้องใช้คลอรีน 60% จำนวนทั้งสิ้น 3.33 กรัม

            
} 
วิธีการใช้คลอรีนที่ถูกต้อง
                    - คลอรีนน้ำ
                           เตรียมสารละลายคลอรีนเข้มข้น ในปริมาณที่ต้องการ จากน้ำนำไปใส่ในน้ำที่ต้องการโดยตรง หรือจ่ายผ่านเครื่องจ่ายคลอรีน
                           ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้น้ำมีคลอรีนตาม ppm. ที่กำหนด
                    - คลอรีนผง หรือเกล็ด
                           ละลายคลอรีนผงจำนวนตามที่ต้องการ ในน้ำสะอาดปราศจากตะกอน ตั้งทิ้งไว้ให้ตกตะกอน ดูดตะกอนไปทิ้งในที่ที่ปลอดภัย
                           นำสารละลายคลอรีนที่ใสไม่มีตะกอนไปใช้ โดยใส่ในน้ำโดยตรง หรือจ่ายผ่านเครื่องจ่ายคลอรีน ระวังอย่าให้มีตะกอนติดไป
                           ด้วย เพราะจะทำให้เครื่องจ่ายคลอรีนอุดตัน
                    - เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด คลอรีนเข้มข้นที่เตรียมไว้ต้องใช้ให้หมดภายในเวลา 2 วัน และต้องใช้คลอรีน ให้ได้ความเข้มข้นเป็น
                      ppm. ที่เหมาะสม และต้องมีระยะเวลาสัมผัสเชื้อที่นานเพียงพอ
 
     
  การใช้คลอรีน ในกิจการชนิดต่างๆ  
            คลอรีนที่ใช้กันโดยทั่วไปในกิจการต่างๆ จำเป็นต้องมีความเข้าใจและใช้ให้ได้ความเข้มข้นที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลสูงสุด  
 

      l การใช้คลอรีนในการเลี้ยงกุ้ง
          } 
ใช้ในบ่อเพาะลูกกุ้ง
             - ใช้ในขั้นตอนการเตรียมน้ำ  ใช้คลอรีนในระดับความเข้มข้นไม่ต่ำกว่า 200 ppm. และต้องพักน้ำไว้ไม่ควรต่ำกว่า 7 วัน ก่อนนำน้ำไปใช้
          
} 
ใช้ในบ่อเลี้ยงกุ้ง
             - ใช้เตรียมบ่อ  ใช้คลอรีนในระดับความเข้มข้น 20 - 30 ppm. และพักน้ำ ไว้ไม่ต่ำกว่า 7 วัน ก่อนทำสีน้ำและลงลูกกุ้ง
             - ใช้ควบคุมปริมาณแพลงค์ตอน ใช้คลอรีนในระดับความเข้มข้น 0.1 - 0.2 ppm. ในระหว่างการเลี้ยงกุ้ง
         
} 
การตรวจสอบปริมาณคลอรีนที่หลงเหลือ
                เพื่อความปลอดภัยต่อลูกกุ้ง ช่วงพักน้ำต้องเปิดเครื่องตีน้ำไว้ตลอด หลังจากครบ 7 วัน ให้ตรวจสอบปริมาณคลอรีนที่หลงเหลือ โดยใช้
                สารโปตัสเซี่ยม ไอโอได ( KI ) หรือสาร Ortholidine ด้วยวิธีการไตเตรท หรือดูจากสีน้ำตาลของไอโอดีนที่เกิดขึ้น ถ้ามีสีน้ำตาล
                แสดงว่ายังมีคลอรีนหลงเหลือ

 
 

      l การใช้คลอรีนในฟาร์มปศุสัตว์
         
} 
ใช้ฆ่าเชื้อในน้ำดื่มของสัตว์
                เติมคลอรีนในถังพักน้ำดื่มสำหรับสัตว์ ให้ได้ความเข้มข้น 20 ppm. พักทิ้งไว้ไม่ต่ำกว่า 12-24 ชั่วโมง ก่อนนำน้ำไปให้สัตว์ดื่ม และต้อง
                ตรวจสอบปริมาณคลอรีนคงเหลือก่อนใช้ ค่าที่ปลอดภัยไม่ควรเกิน 14 ppm. หากใช้น้ำประปาให้ใช้ในระดับความเข้มข้น 0.5-1 ppm.
                พักน้ำไว้ 3-4 ชั่วโมง ก่อนนำน้ำไปให้สัตว์ดื่ม
         
} 
ใช้ล้างอุปกรณ์เครื่องมือ
                ใช้สารละลายคลอรีนเข้มข้น 200 ppm. แช่อุปกรณ์ไว้ 15-30 นาที แล้วล้างให้สะอาดตั้งทิ้งไว้ให้หมดกลิ่นคลอรีน ล้างซ้ำด้วยน้ำ
                สะอาด ก่อนนำไปใช้
         
} 
ใช้ล้างฆ่าเชื้อบริเวณโรงเรือน
                พ่นด้วยสารละลายคลอรีนเข้มข้น 5,000 ppm. ให้ทั่วทั้งพื้นและผนัง ทิ้งไว้ 10-15 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ก่อนนำสัตว์เข้าเลี้ยง
 
 
 

      l การใช้คลอรีนในโรงงานผลิตอาหารกระป๋อง
         
}
ในขบวนการผลิตอาหารสำเร็จรูปบรรจุกระป๋อง จะต้องมีการฆ่าเชื้อด้วยวิธีการ Sterilize ซึ่งอาหารกระป๋องจะมีความร้อนสูง นำมาผ่าน
             ขบวนการลดอุณหภูมิโดยการจุ่มในน้ำเย็น ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะสูญญากาศภายในกระป๋อง มีผลทำให้น้ำที่ใช้ลดอุณหภูมิสามารถซึมผ่าน
             เข้าไปใน กระป๋องได้ทางรอยตะเข็บข้างกระป๋อง ดังนั้นถ้าน้ำที่ใช้มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ จะทำให้อาหารที่บรรจุเกิดการเน่าเสีย
             ซึ่งทำให้เกิดความ เสียหาย และอาจเกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้
         
} ดังนั้นน้ำที่นำมาใช้ จึงต้องมีการฆ่าเชื้อก่อนด้วยคลอรีน โดยการเติมคลอรีนให้มีความเข้มข้น 2 ppm. และรักษาระดับให้คงที่ตลอดทั้ง
             ระบบ จะทำให้น้ำสะอาดปราศจากเชื้อปนเปื้อนลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น

 
 

       l การใช้คลอรีนในโรงงานน้ำอัดลม
          
} 
น้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิต
                 ทำความสะอาด โดยการเตรียมสารละลายคลอรีนเข้มข้น 10,000 ppm. จ่ายลงในน้ำโดยใช้เครื่องจ่ายคลอรีน ( Chlorinator )
                 โดยปรับการจ่ายให้น้ำมีความเข้มข้นของคลอรีน 0.1-0.2 ppm. ตลอดเวลา และเมื่อนำน้ำไปใช้ ต้องกำจัดคลอรีนให้หมดก่อน
                 เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
          
} 
อุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิต
                 ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการบรรจุเครื่องดื่มลงภาชนะ ควรส่งสารละลายคลอรีนเข้มข้น 300 ppm. ผ่านปั๊ม ท่อ เครื่องบรรจุให้ทั่ว เพื่อ
                 กำจัดเชื้อจุลินทรีย์ ผ่านด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งเพื่อล้างคลอรีนออกก่อนเริ่มบบรจุ และภายหลังบรรจุเครื่องดื่มแต่ละครั้ง ฉีดพ่นทำความ
                 สะอาดถังบรรจุด้วยสารละลายคลอรีนเข้มข้น 300 ppm. ทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

 
 

       l การใช้คลอรีนในระบบประปา
           
}
ใช้สารละลายคลอรีนเข้มข้น 2,500 ppm. จ่ายเข้าตามระบบเส้นท่อ โดยให้มีความเข้มข้นของคลอรีนในระบบ 0.5 ppm. เป็นระยะเวลา
              อย่างน้อย 30 นาที และให้มีความเข้มข้นของคลอรีนปลายทาง 0.3 ppm.
          
}
ปริมาณการจ่ายสารละลายคลอรีนเข้มข้นเข้าสู่ระบบประปา จะขึ้นอยู่กับวิธีการผลิต และกำลังการผลิตของแต่ละวิธี
          
} สารละลายคลอรีนเข้มข้น 2,500 ppm. เตรียมได้จากคลอรีนรูปแบบต่างๆ และต้องเตรียมให้เพียงพอต่อการใช้ไม่เกิน 2 วัน เนื่องจาก
              หากเกิน 2 วันแล้ว ปริมาณของ Free Chlorine ในสารละลายจะลดต่ำลง จนไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการฆ่าเชื้อ

                      ตารางแสดง อัตราส่วนการใช้คลอรีนในระบบประปา


 
 

       l การใช้คลอรีนในสระว่ายน้ำ
          
}
ใช้ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ เชื้อรา และสาหร่าย ที่เกิดขึ้นในสระว่ายน้ำ
          
}
ใช้เพื่อบำบัดน้ำในสระว่ายน้ำให้สะอาดถูกสุขอนามัย จะต้องรักษาระดับความเข้มข้นของคลอรีนในระดับ 0.6-1 ppm. ที่ pH ของน้ำใน
              สระที่ 7.2-7.6 ซึ่งจะสามารถควบคุมและป้องกัน ไม่ให้เกิดสาหร่ายขึ้นในสระว่ายน้ำ
          
}
ถ้าหากเกิดสาหร่ายขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นสาเหตุให้น้ำเปลี่ยนสี ให้หยุดใช้สระชั่วคราวแล้วทำการบำบัด โดยใช้คลอรีนเติมในสระให้ได้ความ
              เข้มข้น 5-10 ppm. ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง จะสามารถกำจัดสาหร่ายได้ พักสระไว้ 2-3 วัน จึงเปิดให้บริการตามปกติ
          
} ถ้าใช้คลอรีนชนิดไฮโปคลอไรท์ จะมีผลทำให้ pH ของน้ำในสระสูงขึ้น จำเป็นต้องใช้กรดเกลือ ( HCl ) เพื่อลด pH ของน้ำให้อยู่ในระดับ
              เหมาะสมที่ 7.2 -7.6 ( ยกเว้นถ้าใช้คลอรีนชนิด โซเดี่ยมไดคลอโร ไอโซไซยานูเรท ไม่จำเป็นต้องใช้กรดเกลือ เพราะไม่มีผลต่อค่า pH
              ของน้ำ )

                       ตารางแสดง อัตราส่วนการเติมคลอรีนในสระว่ายน้ำ

     สระน้ำขนาดเล็ก คือ ประมาณ 2.5x3.5x1.5 เมตร อยากทราบต้องเติมคลอรีนเท่าไร
การเติมคลอรีนในสระว่ายน้ำ คือ ใช้คลอรีน 90% หรือ คลอรีน 65% ก็ได้ โดยมีการกำหนดให้สระว่ายน้ำ
มีค่าคลอรีนอิสระในน้ำ1 ppm ( 1 มิลลิกรัมต่อน้ำ 1ลิตร) ดังนั้นควรใช้ คลอรีน65% ที่ 3 ppm (เพื่อให้มีค่าคลอรีนอิสระในน้ำโดยเฉลี่ย 1 ppm)
โดยนำคลอรีนมาละลายน้ำ และใช้เฉพาะสารละลายคลอรีนเท่านั้น ใ้ห้สวมถุงมือและหน้ากากป้องปันสารพิษ ส่วนตะกอนที่ไม่ละลายควรจะเททิ้งไป ในการเติมลงในสระน้ำ ควรจะลงในช่วงเวลาที่ไม่มีคนอยู่ในสระ หรือเวลากลางคืน
    ตัวอย่างการคำนวณ
คำนวณการใช้คลอรีน 65%
ค่าคลอรีน 3 ppm = คลอรีน 3 กรัม ต่อน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร
ดังนั้นน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร ต้องใช้คลอรีน 65% = 3/0.65 กรัม หรือ 4.6 กรัม
กำหนดปริมาตรสระ
ปริมาตรสระ 2.5x3.5x1.5 = 13.215 ลูกบาศก์เมตร
ใช้คลอรีนผง 65% จำนวน 4.6x 13.215 = 60 กรัม
ดังนั้นใช้คลอรีน 65% วันละ 0.060 กก./น้ำ 13.215 ลูกบาศก์เมตร
 
 

       l การใช้คลอรีนในตลาดสด
          
} ใช้สาละลายคลอรีนเข้มข้น 5,000 - 10,000 ppm. เทราดให้ทั่วทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง จะเป็นการฆ่าเชื้อ
              จุลินทรีย์ และดับกลิ่นในตลาดได้เป็นอย่างดี
 
 
     
   
  ข้อแนะนำการใช้คลอรีนให้ปลอดภัย  
 
      l ข้อแนะนำการใช้คลอรีนให้ปลอดภัย
          
} 
การเก็บรักษา
                - เก็บในภาชนะทีปิดสนิทมิดชิด และห่างจากสารที่ลุกไหม้ได้
                - เก็บไว้ในที่แห้งและเย็น ไม่โดนแสงแดด และมีอากาศถ่ายเทสะดวก
         
} 
การใช้งาน
                - ก่อนใช้ต้องอ่านฉลากข้างภาชนะบรรจุ และปฎิบัติตามวิธีการใช้อย่างเคร่งครัด
                - ห้ามกลิ้งหรือโยนภาชนะบรรจุโดยเด็ดขาด
                - การตักคลอรีนจากภาชนะบรรจุ ต้องใช้พลั่วพลาสติกที่แห้งและสะอาด
                - ระวังอย่าให้คลอรีนสัมผัสกับกรดหรือด่าง วัตถุไวไฟ และเคมีภัณฑ์อื่นๆ เพราะอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาอย่างรุนแรง
                - ห้ามทำการละลายคลอรีน โดยการเทน้ำใส่เพราะอาจเกิดการระเบิดได้
                - ขณะใช้ควรสวมแว่นตา ถุงมือ และชุดป้องกันอย่างรัดกุม
                - กรณีถูกไฟไหม้ คลอรีนจะปล่อยก๊าซออกซิเจน ดังนั้นต้องใช้เครื่องดับเพลิงที่ให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือผงเคมีในการดับ
                  เท่านั้น
         
} 
การปฐมพยาบาลหากได้รับอันตราย
                - ถ้าสารเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากๆอย่างน้อย 15 นาที กำจัดเสื้อผ้าที่เปื้อนสาร แล้วนำส่งแพทย์
                - กรณีสูกดมสาร ให้รีบนำตัวสู่บริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์ แล้วนำส่งแพทย์โดยทันที
                - กรณีกลืนกินสาร ถ้าผู้ป่วยยังมีสติ ให้ดื่มน้ำมากๆแล้วตามด้วยน้ำมันพืช หากมีการอาเจียนให้ดื่มน้ำมากๆ แล้วนำส่งแพทย์ทันที
                  ถ้าผู้ป่วยหมดสติ อย่าให้รับประทานสิ่งใดและห้ามทำให้อาเจียนโดยเด็ดขาด ให้รีบนำส่งแพทย์โดยเร็วที่สุด
 
งค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ว่า
      -  ปริมาณสารละลายคลอรีนที่เติมในน้ำประปา(ณ จุดเริ่มต้น) ต้องมีความเข้มข้น 5 มิลลิกรัมต่อลิตร
      -  ปริมาณของคลอรีนที่ตกค้างอยู่ในน้ำ (Chlorine Residual) ซึ่งวัดได้หลังจากคลอรีนสัมผัสกับน้ำแล้ว 30  
          นาที จะต้องมีความเข้มข้น 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร
     กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กำหนดไว้ว่า
     - ปริมาณสารละลายคลอรีนที่เติมในน้ำประปา(ณ จุดเริ่มต้น) ต้องมีความเข้มข้น 1 มิลลิกรัมต่อลิตร
     - ปริมาณของคลอรีนที่ตกค้างอยู่ในน้ำ (Chlorine Residual) ซึ่งวัดได้ที่ปลายท่อเมนจ่ายน้ำในจุดที่ไกลจากระบบ
       ผลิตมากที่สุด จะต้องมีความเข้มข้นประมาณ 0.2 - 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร
 
                การฆ่าเชื้อโรคด้วยคลอรีน สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ปริมาณของคลอรีนที่เติมลงไปในน้ำ หากแต่เป็นปริมาณของคลอรีนที่ตกค้างอยู่ในน้ำ(Chlorine Residual) ซึ่งวัดได้หลังจากช่วงเวลาสัมผัสหนึ่ง ซึ่งจากคุณสมบัติหนึ่งของคลอรีนคือ เป็นสารออกซิไดซิงอย่างแรง ดังนั้นเมื่อเติมลงไปในน้ำ คลอรีนจะทำปฏิกิริยากับสารต่างๆได้อย่างรวดเร็ว ถ้าเติมคลอรีนน้อยเกินไปก็จะไม่มีคลอรีนตกค้าง แต่ถ้าเติมมากไปก็จะเป็นการสิ้นเปลือง และทำให้น้ำมีกลิ่นไม่พึงประสงค์และอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ฉะนั้นจึงควรควบคุมให้มีปริมาณที่เหมาะสมเพื่อจะได้มีคลอรีนอิสระหรือคลอรีนหลงเหลืออยู่ในน้ำหลังจากการทำปฏิกิริยากับสารต่างๆแล้ว ซึ่งจะทำให้สามารถฆ่าเชื้อโรคในน้ำได้ อนึ่งความต้องการคลอรีนขึ้นอยู่กับลักษณะทางกายภาพและเคมีของน้ำ เช่นน้ำที่มีความขุ่นหรือสารละลาย มักต้องการคลอรีนสูง เป็นต้น ส่วนระดับคลอรีนตกค้างนั้นขึ้นอยู่กับมาตรฐานน้ำประปาที่กำหนดขึ้น โดยปกติระบบจ่ายน้ำประปาสำหรับชุมชนควรมีคลอรีนตกค้างอิสระ (Chlorine Residual) ที่เวลาสัมผัส 20 นาที ซึ่งวัดได้ที่ปลายท่อเมนจ่ายน้ำในจุดที่ไกลจากระบบผลิตมากที่สุด จะต้องมีความเข้มข้นประมาณ 0.2 - 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร
 
Msds&COA Search
Member Login
สาระน่ารู้
การทำชิ้นงานจากเรซิ่น
สารเคมีในอุตสาหกรรมสิ่งทอ
การถนอมอาหารด้วยสารเคมี
เทคนิคเพื่อการดูแลสระว่ายน้ำ
สารส้มช่วยลดกลิ่นและแบคทีเรีย
กรณีที่สารเคมีเกิดการรั่วไหล
“ กฎเหล็กว่าด้วยสารเคมี ”
สารเคมีรั่ว-ก๊าซอันตรายรั่ว
ทำเจลล้างมือใช้เองดีกว่า
ขนาดแท้งค์เก็บน้ำที่เหมาะสม กับจำนวนสมาชิกในบ้าน
วิธีการใช้คลอรีนที่ถูกต้องและปลอดภัย
มหันตภัยจาก เคมี

วัตถุอันตราย

การลดความเสี่ยง

การจัดเก็บวัตถุอันตราย

การขนส่งวัตถุอันตราย

กากของเสียอันตราย

ระบบการด้านป้องกันภัย

การระงับอุบัติเหตุ

พ.ร.บวัตถุอันตราย,กฎหมาย

เรื่องของไฟกับเคมี

อันตรายของสารเคมี

แผนก เคมีพื้นฐาน

กรดเกลือ Hcl

กรดไนตริก

กรดซัลฟูริก

กรดฟอสฟอริก

กรดไซยานูริก

กรดซิตริก

โซเดียมไฮโปรคลอไรด์

โซเดียมซัลเฟต

โซเดียมคาร์บอเนต
อ่านต่อ...

แผนก Swiming Pool

ถังกรองผ้า

ถังกรองทราย

ปั๊มสระว่ายน้ำ

ไฟใต้น้ำ

เครื่องผลิตคลอรีนจากเกลือ

อุปกรณ์ทำความสะอาด

อุปกรณ์อะไหล่

บริการดูแล,ความสะอาดสระ

LINK ที่เกี่ยวข้อง
 
Google
WWW. http://www.worldchemical.co.th
Home / Products / Promotion / Services / Contact Us
Copyright © 2006 By World Chemical Co., Ltd. All Rights Reserved.
Free counter and web stats