คำนำ
เห็ดจะสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ เห็ดที่สามารถเพาะได้และเห็ดที่ไม่สามารถเพาะได้ สำหรับเห็ดที่สามารถเพาะได้ เช่น เห็ดตระกูลนางรม ( Genus Pleurotus ) เห็ดฟาง ( Genus Vorariella ) เห็ดหูหนู (Genus Auricularia ) เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเห็ดที่คนนิยมบริโภคและนิยมสามารถนำมาประกอบอาหาร เห็ดที่ไม่สามารถเพาะได้ส่วนใหญ่เป็นเห็ดป่า เช่น เห็ดกาบยาง (Russula sp.) เห็ดปลวกข้าวดอ (Termitomyces sp. ) เห็ดหูหนูขาว (Tremella fuciformis ) เป็นต้น นอกจากนี้เห็ดที่ไม่สามารถเพาะได้บางชนิด สามารถเพาะบนอาหารเลี้ยงเชื้อแต่ไม่สามารถปลูกลงถุงได้ เช่น เห็ดตับเต่า (Thaeogyroporus porentosus ) เห็ดเผาะ (Astraeus hygrometricus ) เป็นต้น สำหรับวัสดุเพาะเห็ดมี 2 รูปแบบหลัก คือใช้ฟางเป็นส่วนประกอบหลัก และใช้ขี้เลื่อยเป็นส่วนประกอบหลัก นอกจากนี้ยังมีการใช้เศษวัสดุเหลือใช้ในการเพาะเห็ดชนิดต่าง เช่น ผักตบฉวา กล้วย ฟางที่เพาะเห็ดฟางแล้ว เป็นต้น ซึ่งเป็นการใช้วัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์
การจำแนกเห็ดตระกูลนางรม
Singer (1975), Smith (1978) และ Moore-Landecker (1990) ได้จำแนกเห็ดนางฟ้า เห็ดนางฟ้าภูฏาน และเห็ดนางรมสีเทา หรือเห็ดในกลุ่มเห็ดนางรมเป็นดังนี้ :-
Subdivision Basidiomycotina
Class Hymenomycetes
Order Agaricales
Family Tricholomataceae
Genus Pleurotus (Fr.) Quel
ลักษณะทางสัณฐานวิทยาของเห็ดนางรมและเห็ดนางฟ้า
เห็ดนางรม หรือ oyster mushroom มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pleurotus ostreatus ขนาดหมวกกว้าง 4- 15 cm. รูปร่างคล้ายพัด เป็นแผ่นแบนหรือโค้งเล็กน้อยคล้ายกรวยตื้น ผิวหมวกเรียบ มีสีตั้งแต่ขาวจนถึงเทา เทาอมน้ำตาล น้ำตาลเข้ม เมื่อดอกอ่อนขอบหมวกโค้งงอ เนื้อดอกหนาสีขาวนิ่ม ครีบเรียงตัวกันชิด ยาวตลอดตั้งแต่ก้านจนถึงหมวกดอก ก้านเชื่อมเป็นเนื้อเดียวกันกับหมวกดอก ก้านไม่อยู่ตรงกลาง มักจะเอียงไปอยู่ด้านข้างใดข้างหนึ่ง ก้านยาวประมาณ 1-4 cm. เนื้อก้านแน่น ไม่มีแหวน รอยพิมพ์สปอร์สีขาวหรือครีม ขนาด 7-9 x 3-4 ไมครอน สปอร์รูปร่างรี ผิวเรียบ เป็นเห็ดกินได้ ในสภาพธรรมชาติมีการดำรงชีวิตเป็นผู้ย่อยสลาย (Arora, 1986)
เห็ดนางฟ้า หรือ Bhuthanese oyster mushroom แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ เห็ดนางฟ้าดั้งดิม ( Pleurotus eous ) และเห็ดนางฟ้าภูฐาน ( Pleurotus sajor-caju ) เห็ดนางฟ้าภูฏานเป็นเห็ดที่จัดอยู่ในกลุ่มเห็ดนางรม oyster mushroom เช่น เดียวกับเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้ามีลักษณะที่สำคัญแตกต่างกับเห็ดนางรมอย่างชัดเจนได้แก่ เห็ดนางฟ้ามีสีดอกออกเทาเข้ม ดอกมีเนื้อแน่นกว่า นำมาปรุงอาหารได้รสชาติที่ดีและดอกไม่เหี่ยวเหมือนเห็ดนางรม ดังนั้นเมื่อเห็ดนางฟ้าแพร่กระจายสู่เกษตรกรในระยะแรกจึงได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงจากผู้บริโภค ซึ่งเห็ดนางฟ้าที่มีอยู่ในประเทศไทยมีอย่างน้อย 2 ชนิดคือ เห็ดนางฟ้าชนิดดั้งเดิม (Indian or grey oyster mushroom, Pleurotus sajor-caju ) และเห็ดนางฟ้าภูฏาน (Bhuthanese abalone (oyster) mushroom, Pleurotus eous ) (ดีพร้อม , 2523; อานนท์ , 2523; อานนท์ , ม .ป .ป .; Yomg และ Leong, n.d.)
รูปที่ 1 เห็ดนางฟ้า รูปที่ 2 เห็ดนางรม
ประโยชน์ของเห็ดตระกูลนางรม
เห็ดนางรม P. osteatus มีคุณสมบัติในการระงับการเจริญเติบโตเนื้องอกและรักษารักษาไขมันในเลือดให้ต่ำลง คนส่วนใหญ่จะนิยมบริโภคในรูปแบบสด แห้ง และผง เห็ดนางรมมีความเป็นพิษน้อยมาก ( หมอชาวบ้าน ;Hobb, 2549)
คุณค่าทางอาหาร
เห็ดมีสารอาหารประเภท โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันอยู่น้อย (ตารางที่ 1) แสดงให้เห็นว่า การรับประทานเห็ด จะให้พลังงานที่ต่ำกว่าอาหารประเภทเนื้อสัตว์ แต่จะให้พลังงานเทียบเท่ากับอาหารประเภทผัก มีผลให้ผู้ที่ต้องการลดคอเลสเตอรอล หรือผู้ที่ไม่รับประทานผักสามารถรับประทานเห็ดแทนได้เพราะเห็ดมีเส้นใยที่เส้นใยเทียบเคียงกับผักบางชนิดได้
ชื่ออาหาร
พลังงาน( kcal)
โปรตีน( g)
ไขมัน( g)
คาร์โบไฮเดตร( g)
ความชื้น( g)
เส้นใย( g)
เห็ดนางฟ้า
33.3
3.4
0.07
4.8
90.3
2.1
เห็ดโคน
48.7
6.3
0.3
5.3
84.9
ไม่ทราบ
เห็ดหอม
26.6
2.2
0.12
4.2
91.6
6.8
ตารางที่ 1 คุณค่าทางอาหารของเห็ดชนิดต่างๆ จำนวน 100 กรัม (หมอชาวบ้าน , 2549)
การผลิตเห็ดตระกูลนางรม
เห็ดตระกูลนางรม เป็นเห็ดที่สามารถเกิดได้ทุกบริเวณ แต่อาจจะขึ้นได้ดีในภาวะอากาศชื้นและหนาว โดยประเทศจีนจะสามารถปลูกเห็ดตระกูลนางรมได้มากเป็นอันดับ 1 ของโลก และประเทศญี่ปุ่นสามารถปลูกเห็ดตระกูลนางรมได้เป็น อันดับ 2 ของโลก (ตารางที่ 2) สาเหตุที่ประเทศจีนสามารถปลูกเห็ดได้มากเนื่องมาจาก แรงงานและคนที่นิยมปลูกเห็ดในประเทศจีนมีจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น ด้านพื้นที่ ด้านอุณหภูมิ และด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
วงจรชีวิตเห็ด
วงจรชีวิตของเห็ดกลุ่มเห็ดนางรม (ราชบัณฑิตยสถาน , 2539) ในสภาพธรรมชาติเป็นแบบต่างเพศต่างทัลลัส (heterothallic) เกิดจากเส้นใยราปฐมภูมิต่างเพศที่เข้ากันได้ผสมกันพัฒนาเป็นเส้นใยทุติยภูมิเสียก่อน จึงจะมีการเจริญต่อไปจนครบวงจรชีวิตถึงขั้นเป็นดอกเห็ดและสร้างสปอร์ใหม่ ตามภาพที่
ภาพที่ 3 วงจรชีวิตเห็ด
ขั้นตอนการทำขี้เลื่อยสำหรับปลูกเห็ดทั่วไป
นำขี้เลื่อยไม้มะม่วง 100 กิโลกรัม แกลบ 7 กิโลกรัม ยิปซัม 2 กิโลกรัม และปูนขาว 1 กิโลกรัม ผสมจนเข้ากันบนพื้นเรียบ
นำ ดีเกลือ 0.2 กิโลกรัม มาผสมน้ำและรดใส่กองขี้เลื่อย
กลับกองและรดไปเรื่อยๆ ใช้น้ำประมาณ 200 ลิตร
กลับขี้เลื่อยจนทั่ว สังเกตดูเนื้อขี้เลื่อย เมื่อกำขี้เลื่อยแล้วแบออกมา ให้ขี้เลื่อยจับตัวเป็นก้อนจะถือว่าใช้ได้
ให้เตรียมขี้เลื่อยที่ใช้ได้แล้ว นำมาบรรจุใส่ถุงเพาะเห็ด ถุงละ 1 กิโลกรัม
นำไปใส่เครื่องอัดถุง
เมื่ออัดถุงแล้วใส่คอถุง
นำนุ่นปิดจุกแล้วนำจุกมาปิดคอ ปิดฝาก่อนอบ
นำไปใส่ลังเหล็กแล้วนำไปใส่ตู้อบ
เทน้ำให้น้ำสูงประมาณ 10 cm แล้วปิดฝาตู้อบ
นึ่งไอน้ำ ที่อุณหภูมิ 90 o C นาน 4 ชั่วโมง
นำออกจากหม้อนึ่ง และปลูกเชื้อที่ต้องการ
ขั้นตอนการทำฟางสำหรับปลูกเห็ดทั่วไป ทำเช่นเดียวกับขั้นตอนการทำขี้เลื่อยสำหรับปลูกเห็ดทั่วไป แต่ขั้นที่ 1 และ 2 แต่ให้นำฟางที่หมักแล้วมาผสมกับขี้เลื่อยในอัตราส่วน 7:3 แล้วจึงทำตามข้อที่ 3 ถึง 12 (Renato et al, 2005)
รูปที่ 4 ถุงขี้เลื่อยสำหรับเพาะเห็ด
งานวิจัยเกี่ยวกับการใช้วัสดุเหลือใช้ในการเพาะเห็ด
Cultivation of Thai and Japanese strains of Pleurotus sajor - caju on rice straw - based Volvariella volvacea mushroom spent and composted rice straw in Central Luzon Region, Philippines ( Alfredo et al , 2005) เป็นการเปรียบเทียบผลผลิตและเส้นใยเห็ดนางฟ้าสายพันธุ์ไทยและสายพันธุ์ญี่ปุ่นโดยใช้สูตรอาหารสองสูตร มีการเปรียบเทียบระยะการบ่มเชื้อในถุง จำนวนวันตั้งแต่เส้นใยเจริญเต็มถุงจนถุงเกิดตุ่มเห็ด จำนวนวันในการเก็บดอกครั้งแรก จำนวนครั้งที่ออกดอกต่อถุง ค่าเฉลี่ยน้ำหนักแต่ละดอก ผลผลิตรวมของเห็ด ค่าเฉลี่ยเส้นผ่าศูนย์กลาง ความยาวของก้านเห็ด และประสิทธิภาพการออกดอกของเห็ด เห็ดนางฟ้าสายพันธุ์ไทยใช้เวลาในการบ่มเร็วกว่าสายพันธุ์ญี่ปุ่น แต่จำนวนวันที่เจริญไปเป็นตุ่มเห็ดนานกว่า เห็ดนางฟ้าสายพันธุ์ญี่ปุ่นมีผลผลิตรวมสูงอย่างมีนัยสำคัญและประสิทธิภาพการออกดอกเห็ดสูงกว่าเห็ดนางฟ้าสายพันธุ์ไทย เห็ดนางฟ้าที่เจริญจากขี้เลื่อยที่เห็ดฟางเจริญแล้วมีระยะการบ่มที่เร็วกว่า ระยะการที่เจริญเป็นตุ่มเห็ดเร็วกว่าผลผลิตและประสิทธิภาพการออกดอกสูงกว่า การเจริญเติบโตในขี้เลื่อยหมักจะใช้ระยะเวลานานกว่า ระยะการเจริญไปเป็นตุ่มเห็ดนานกว่า ผลผลิตและประสิทธิภาพการออกดอกเห็ดน้อยกว่า
เห็ดนางฟ้า 2 สายพันธุ์มีการเจริญที่แตกต่างกันบนวัสดุเพาะจากฟางที่เพาะเห็ดฟางแล้วและฟางหมัก การเจริญเติบโตของเห็ดนางฟ้ามีนัยสำคัญ เห็ดนางฟ้าทั้ง 2 สายพันธุ์มีการเจริญเติบโตที่ดีในฟางที่เพาะเห็ดฟางแล้วเห็ดฟางและจุลทรีย์ได้มีการย่อยวัสดุเพาะ นอกจากนี้ฟางที่เพาะเห็ดฟางแล้ว พวกจุลินทรีย์ได้มีการแตกโมเลกุลใหญ่เช่น ลิกนินและเซลลูโลส ให้กลายเป็ยสารประกอบอย่างง่ายเช่น ไนเตรต แอมโมเนียและฟอสเฟต เป็นต้น
Zhang และคณะ (2002) ได้เพาะเลี้ยงเห็ดนางรม Pleurotus ostreatus ในฟางข้าวเจ้าและฟางข้าวสาลีโดยไม่เติมสารอาหารอื่นๆ โดยศึกษาขนาดของเห็ดฟางข้าว , ปริมาณผลผลิตของเห็ด , Biological Efficiency, Bioconversion Efficiency, และการย่อยสลายวัสดุเพาะ การเปรียบเทียบขนาดของวัสดุที่ได้จากการบดและการตัด เชื้อเห็ดเจริญในฟางป่นได้ดีกว่าฟางตัด วงจรการเจริญในฟางป่นลดลง 5 วันจากใบฟางข้าวตัด อย่างไรก็ตามพบว่าเมื่อฟางป่นลงจนขนาดเล็กเกินไป ทำให้ผลผลิตเห็ดลดลงด้วย ปริมาณหัวเชื้อที่ใช้คือ 12% , 16% และ 18% พบว่า 12% ทำให้ปริมาณผลผลิตเห็ดน้อยกว่าอีก 2 ระดับ ฟางข้าวเจ้าให้ปริมาณดอกเห็ดได้สูงกว่าฟางข้าวสาลีปริมาณ 10% ในสภาพการเพาะเลี้ยงเช่นเดียวกัน การสูญเสียน้ำหนักจากวัสดุหลังจากการเจริญของเชื้ออยู่ในช่วง 30.1-44.3% น้ำหนักวัสดุเพาะ นอกจากนี้ยังพบว่าเส้นใยของฟางที่เหลือหลังจากการเจริญไม่ได้ถูกย่อยสลายได้คือมีสภาพเช่นเดียวกับเส้นใยของฟางก่อนการเจริญ บ่งชี้ว่าเชื้อเห็ดไม่ได้เพิ่มคุณค่าทางอาหารของฟาง
Banik และ Nandi (2004) ได้ศึกษาการเจริญของเห็ดนางฟ้า Pleurotus sajor-caju ในฟางข้าว ที่เติมกากที่เหลือจากการหมักแก๊สชีวภาพในสัดส่วน 1:1 พบว่ากากที่มาจากการหมักมูลวัว มูลไก่ กากปอ หรือน้ำทิ้งชุมชน มีประสิทธิภาพในการเพิ่มผลผลิตได้แตกต่างกัน การฆ่าเชื้อฟางและกากด้วย 0.1% KMnO4 กับสารฟอร์มาลิน 2% ในน้ำร้อน ช่วยเพิ่มปริมาณดอกเห็ดได้ 42.6% สูงกว่าชุดควบคุม นอกจากนั้นยังพบว่าในดอกเห็ดยังมีปริมาณโปรตีนและแร่ธาตุเพิ่มขึ้นแต่ปริมาณคาร์โบไฮเดตรลดลง
Baysal และคณะ (2003) ได้ศึกษาการเพาะเลี้ยงเห็ดนางรม Pleurotus ostreatus บน waste paper ที่เติมพีท , มูลไก่และเปลือกข้าว (90+10; 80+20 W:W) พบว่าเส้นใยเจริญได้เร็วที่สุดในเวลา 15.8 วัน สร้างตุ่มเห็ดในเวลา 21.4 วัน และเป็นดอกเห็ดในเวลา 25.6 วัน และให้ผลผลิตสูงสุดได้ 350 g ในวัสดุที่เพาะเป็นเปลือกข้าว 20%
Wang และคณะ (2001) ได้ทดลองใช้กากที่เหลือจากการหมักเบียร์เพื่อเพาะเลี้ยงเห็ดนางรม Pleurotus ostreatus โดยได้ศึกษาจากชนิดของเมล็ดข้าว , สารที่แต่งรส , ความชื้นของวัสดุและความหนาแน่นของวัสดุต่อปริมาณและคุณค่าทางโภชนาการของดอกเห็ด พบว่าเมื่อใช้กากเพียงอย่างเดียวจะเกิดดอกเห็ดได้น้อยแต่เมื่อเพิ่มรำข้าวสาลี (45%) ทำให้ผลผลิตดอกเห็ดเพิ่มขึ้นเป็น 19.1% (Biological Efficiency) การวิเคราะห์ทางเคมีบ่งชี้ว่าดอกเห็ดจากกากเบียร์มีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าการเพาะในวัสดุเพาะทั่วไปตามที่เคยมีรายงาน คือมีปริมาณกรดอะมิโนทั้งหมดในดอกเห็ด 347.5 mg/g ของน้ำหนักแห้งและปริมาณโปรตีนสูงถึง 53.3% ของน้ำหนักแห้ง นอกจากนี้ยังพบว่าในอาหารที่เป็นกากเบียร์ทำให้ crude protein content เพิ่มขึ้นแต่อัตราส่วนการเปลี่ยนเป็นเซลลูโลสลดลง
Soto-Cruz และคณะ (1999) จากการศึกษาอิทธิพลของส่วนประกอบของวัสดุเพาะคือ ฟางข้าวโอ๊ต (oat straw, os) รำข้าวโอ๊ต (oat bran, ob) และกะลามะพร้าว (copra cake, cc) ต่อการเจริญของเห็ดนางรม Pleurotus ostreatus ในสภาพอาหารแข็ง พบว่าเจริญได้ดีที่ความชื้น 70% C/N ratio น้อยกว่า 30 และราคาต้นทุนวัสดุน้อยกว่า 2% ของราคาขายปลีกของผลผลิตเห็ด การเจริญของเส้นใยสูงสุด (0.50 ± 0.02 cm day-1 ) เกิดในวัสดุที่เพาะเป็น os, cc และ ob ตามลำดับโดยวัดได้จากค่าน้ำหนักเส้นใยแห้งในวัสดุเพาะคือ 0.633, 0.284 และ 0.083 ในสภาพดังกล่าว C/N ratio เป็น 22.4-23.2 การสูญเสียน้ำหนักแห้งลดลงจาก 16.9 เป็น 8.5% ในขณะที่ os เพิ่มจาก 0.55 เป็น 0.80 (gg-1 mixture, day basis) จึงสรุปได้ว่าส่วนผสมและพื้นที่ผิวมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างส่วนประกอบของวัสดุเพาะและการเจริญของเส้นใย P.ostreatus
เอกสารอ้างอิง
ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ . 2523. การเพาะเห็ดนางฟ้า . เห็ดสยาม . 4(2): 28-33
อานนท์ เอื้อตระกูล . 2523. การเห็ดนางฟ้า . วารสารเห็ด . สมาคนนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศ
ไทย . 1(1): 31-35
อานนท์ เอื้อตระกูล . ม .ป .ป .. ประวัติการเพาะเห็ดนางฟ้าภูฏาน . วารสารเห็ด . ชมรมเห็ดสากล 2306-
2310 ถนน พหลโยธิน เขตจตุจัก ), กรุงเทพฯ . 1(1): 31-35
เนตรนภัส ธนนิเวศน์กุล. หมอชาวบ้าน. กรกฎาคม 2549. 327: 26.
อุษา กลิ่นหอม . ดร . 2549. เห็ดเป็นยา . หมอชาวบ้าน
12: 20 . อ้างถึง
Hobbs . 1998.
Alfredo B. Villaceran Jr. , Sofronio P. Kalaw, Pedrito S. Nitural, Evaristo A. Abella and Renato
G. Reyes. (2006). Cultivation of Thai and Japanese strains of Pleurotus sajor–caju on rice straw – based Volvariella volvacea mushroom spent and composted rice straw in Central Luzon Region, Philippines . Agricultural Technology.
Arora, D. 1986. Mushroom Demystified. Ten Speed Press.
Berkeley .
California . 959 p.
Banik S. and R.Nandi. 2004. Effect of supplementation of rice straw with biogas residual
slurry manure on the yield, pretein and mineral contents of oyster mushroom. Industrial Crops and Products . 20: 311-319.
Baysal E., H. Peker, M. Kemal Yainkilic and A. Temiz. 2003. Cutivation of oyster mushroom
on waste paper with some added supplementary materials . Bioresource Technol.
89: 95-97.
Chang, S. T. 1999. World production of cultivated edible and medicinal mushrooms in 1997
with emphasis on Lentinus edodes (Berk.) Sing. in
China . International J. Med. Mush. 1: 291–300.
[online] Emerlito S. Borromeo. The Suitability and Economic Feasibility of Using
Spent Banana Leaves from Straw Mushroom Culture in the Production of Oyster
Mushroom . Available source:http://www.mushworld.com/tech/view.asp?cline=6&cata_id=1110&vid=7016,
May 14,2005 .
[online] Fan Leifa. Cultivation of Pleurotus sp . on Coffee Residues . Available
source:http://www.mushworld.com/tech/view.asp?cline=25&cata_id=1110&vid=6332, Apeil 1, 2004.
[online] Reyes Renato G., Evaristo A. Abella . Naturally composted rice straw as substrate for
Pleurotus sajor – caju. Available source:http://www.mushworld.com/tech/view.asp?vid=7106&cata_id=1110.
July 21,2005 .
Singger, R. 1975. The Agaricales in Modern Taxonomy . J.
Crames ,
Germany . 912p.
Soto-cruz, O., G, Saucedo-Castaneda, J.L. pablos-Hach, M. Gutierrez-Rojas and E. Favela-
Torres. 1999. Effec of substrate composition on the mycelial growthof Pleurotus
ostreatus . An analysis by mixture and response surface methodologies. Process Biochemisty . 35: 127-133.
Wang D., A. Sakoda and M. Suzuki. 2001. Biological efficiency and nutritional value of
Pleurotus ostreatus cultivated on spen beer grain . Bioreeource Technol. 78: 293-300
Yong, T.A. and P.C. Leong. N.d.. A Guide To Cultivation of Edible Mushrooms in
Singapore .
Agr. Handbook . No. 6. Production Deparatment. Min. National Development, Republic
of
Singapore . 39p.
Zhang R., X. Li and J.G. Fadel. 2002. Oyster mushroom cultivation with rice and wheat
straw . Bioresource Technol. 82: 277-284.