คำถามที่ 1. เชื้อรา Rhizopus arrhizus, Aspergillus nidulans และ Aspergillus glaucus ที่เกิดขึ้นในอาคารสำนักงานเกิดจากสาเหตุใด

ตอบ การที่เรามองเห็นเชื้อราเจริญอยู่บนวัสดุสิ่งของต่างๆภายในสำนักงาน บนผนังห้อง บนเพดาน หรือบนพรมปูพื้น แสดงว่า บรรยากาศภายในห้องหรือภายในอาคารมีความชื้นสูงขื้นผิดปรกติถึงหรือมากกว่า70% ซึ่งโดยทั่วไปความชื้นในอาคารไม่ควรเกิน50% ความชื้นสูงเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมการเจริญเพิ่มจำนวนของเชื้อรา นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิ ระบบหมุนเวียนของอากาศภายในอาคารไม่ดีพอห้องอับชื้นไม่มีแสงสว่างหรือแสงแดดส่องผ่านเพียงพอ วัสดุในอาคารหรือห้องทำงานจำพวกไม้ กระดาษ ผนังกั้นห้องไม้อัด พรม สิ่งทอและผลิตภัณฑ์พลาสติก ล้วนเป็นแหล่งอาหารให้เชื้อราเจริญได้ทั้งสิ้นเมื่อวัสดุเหล่านี้มีความชื้นสูงขึ้นแม้ว่าจะเคลือบด้วยสารกันเชื้อราก็ไม่สามารถจะยับยั้งเชื้อราได้ในสภาวะที่ความชื้นสูง ในฤดูฝนความชื้นสูงส่งผลให้ความชื้นในอาคารสูงขึ้นด้วยยิ่งอาคารมีการรั่วซึมของน้ำฝนหรือมีการรั่วซึมของท่อน้ำและมีละอองน้ำพ่นจากเครื่องปรับอากาศความชื้นจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและการเจริญเพิ่มจำนวนของเชื้อราจะเกิดขึ้นตามมา
คำถามที่ 2. เชื้อราดังกล่าวมีผลต่อร่างกายหรือไม่อย่างไร
ตอบ เชื้อรา Rhizopus arrhizus, Aspergillus nidulans และ Aspergillus glaucus เป็นเชื้อราที่เจริญอยู่ในธรรมชาติสภาพแวดล้อมทั่วไปปรกติไม่ได้เป็นเชื้อราก่อโรคในคน เมื่อพบการเจริญของเชื้อราเหล่านี้ในสำนักงานซื่งจะมีผลต่อสุขภาพหรือไม่นั้นขื้นกับปริมาณของเชื้อและระยะเวลาที่สัมผัสกับเชื้อ ทั้งนี้ถ้ามีการเจริญของเชื้อมาก (ทั้งในสภาวะที่มองไม่เห็นและมองเห็นด้วยตาเปล่า) และบุคคลากรที่ปฏิบัติงานอยู่ภายในห้องต้องสัมผัสกับเชื้อหรือสปอร์ของเชื้อเป็นเวลานานถ้าเป็นบุคคลที่สุขภาพแข็งแรงจะไม่มีปัญหาเท่าไรแต่ถ้าเป็นภูมิแพ้อยู่แล้วจะมีอาการแพ้เชื้อราได้เช่นมีอาการโพรงจมูกอักเสบหรือเยื่อจมูกอักเสบ ระคายเคืองที่นัยน์ตา หายใจแรง มีอาการหอบหืดเป็นต้น ถ้าเป็นผู้ที่มีอาการป่วยด้วยโรคเรื้อรังต่างๆอยู่แล้วโอกาสที่เชื้อราเหล่านี้จะเข้าสู่ร่างกายและก่อโรคซ้ำซ้อนได้ รายงานผู้ป่วยที่มีสาเหตุจากเชื้อราทั้งสามนี้มี่น้อยมาก แต่อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของผุ้ที่ปฏิบัติงานอยู่ในห้องที่เกิดปัญหานี้ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย
คำถามที่ 3. การกำจัดเชื้อราดังกล่าวมีวิธีการใดบ้าง
ตอบ เมื่อมีเชื้อราขึ้นบนเฟอร์นิเจอร์ชนิดใดควรเคลื่อนย้ายออกไปจากห้องและเปลี่ยนเอาของใหม่มาใช้แทน ถ้ามีเชื้อราขึ้นมาไม่มากใช้ผงคลอรีน 1 ส่วนผสมกับน้ำดื่ม 10 ส่วน หรือใช้ 5% โซเดียมไฮเปอครอไรด์เช็ดหรือพ่นที่บริเวณที่มีเชื้อราเจริญต่อเนื่องทุกวันจนเชื้อราหายไป จากนั้นเว้นระยะเช็ดหรือพ่นเป็นสัปดาห์ละครั้งเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เชื้อเจริญอีก ถ้ามีปัญหาการกรัดกร่อนของเฟอร์นิเจอร์ให้ใช้5% ฟอร์มาลิน(ฟอร์มัลดีฮัยด์ โซลูชัน ขององค์การเภสัชกรรม 1 ส่วนผสมกับน้ำดื่ม 7 ส่วน) แทนน้ำยาคลอรีน ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น สิ่งที่ควรทำอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจากเชื้อราคือมีระบบการบริหารจัดการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในอาคาร ควบคุมความชื้นมีการวัดความชื้นอย่างสม่ำเสมอถ้าความชื้นสูงขึ้นถึง60%จะต้องจัดการลดความชื้นลงให้ได้ มีการตรวจดูแลการรั่วซึมของน้ำ มีพัดลมระบายอากาศ มีระบบการทำความสะอาดในอาคารที่ดี ซึ่งสามารถใช้เจ้าหน้าที่ผู้มีความชำนาญเฉพาะทางมาดำเนินการให้ได้
ณัฎฐีวรรณ ปุ่นวัน
นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ 9
กลุ่มงานเชื้อราวิทยาและพาราสิตวิทยา