ฝ่ายความมั่นคง ชี้คนร้ายเปลี่ยนส่วนผสมบึ้มใช้สาร "โซเดียมคลอเรต" จากยาฆ่าแทน"แอมโมเนียมไนเตรท" หลังฝ่ายรัฐควบคุมเข้ม แถมอานุภาพทำลายรุนแรงกว่า เผยพบเคยใช้ระเบิดถล่มเป้าหมาย3จังหวัดปี49-50 ก่อนบึ้ม"จะแนะ"อีกหน เตือนฝ่ายความมั่นคงหาทางรับมือคาดคนร้ายใช้ป่วนอีก
(6ธ.ค.) จากเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ในร้านขายของชำ เลขที่ 213 บ้านดุซงญอ หมู่ 1 ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ ก่อนจุดชนวนระเบิดซึ่งบรรจุในถังแก๊สโดยนำมาวางปะปนอยู่กับกองสินค้าที่หน้าร้านค้าซึ่งระเบิดที่คนร้ายมีส่วนผสมของเกร็ดโซเดียมคลอเรต ซึ่งเป็นสารเคมีในการปราบศรัตรูพืชผสมกับน้ำมันดีเชลล์ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารสอบจุดเกิดเเหตุ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดหลายราย ขณะเดินทางเข้าตรวจจุดเกิดเหตุ
แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุในครั้งนี้ว่าไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรกที่ฝ่ายตรงข้ามการนำสารเคมี หรือ ปุ๋ยปราบศรัตรูพืชมาดัดแปลงหรือ ผสมกับระเบิดแสวงเครื่องเพื่อก่อเหตุในพื้นที่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่เคยพบหลักฐานว่าการก่อเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ความรุนแรงปรากฎใน3จังหวัดช่วงแรก และในเหตุการณ์ลอบวางระเบิดธนาคารพาณิชย์ใน จ.ยะลา เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2549 บางจุด
แหล่งข่าวยังให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาคนร้ายได้ใช้สารโซเดียมคลอเรต โดยนำมาผสมกับส่วนผสมอื่นๆ ในอัตราส่วนที่เหมาะสม ซึ่งจะมีอานุภาพการระเบิดที่สูงมาก และปรากฏให้เห็นหลายครั้งในการก่อเหตุในช่วงที่หลายครั้งก่อนจะรูปแบบดังกล่าวจะหายเงียบไประยะหนึ่งกระทั่งมาปรากฎอีกครั้งในพื้นที่ช่วงนี้
แหล่งข่าวยังให้ข้อมูลว่า สารเคมีประเภทโซเดียม ตลอเรท ถูกใช้ในด้านเกษตรกรรมในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เป็นเวลานานแล้ว เเต่ในรูปแบบของการนำไปใช้เป็นส่วนผสมเพื่อประกอบวัตถุระเบิดเพิ่งพบหลักฐานปรากฏชัดเจนในช่วงต้นปี 2550 ที่ผ่านมาสารเคมีชนิดนี้ไม่จำเป็นต้องนำไปสกัด หรือแยกมวลสารใดๆ ก่อนประกอบวัตถุระเบิด โดยสามารถนำไปผสมใช้งานได้ทันที ส่วนพลังทำลายนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณที่ผสมลงไปกับระเบิดแสวงเครื่อง
"สารSodium Chlorateมีอานุภาพทำลายล้างอยู่ในระดับที่รุนแรงกว่าสารแอมโมเนียมไนเตรทซึ่งฝ่ายตรงข้ามนิยมนำมาใช้ในอดีต และปัจจุบันฝ่ายบ้านเมืองสามารถควบคุมไม่ให้สารเคมีประเภทนี้ตกอยู่ในมือคนร้ายได้ผล เขาจังหันมาใช้เกล็ดโซเดียมคลอเรต แทน"แหล่งข่าว ระบุ
แหล่งข่าวรายนี้ กล่าวว่า สารโซเดียมคลอเรตมีการนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อใช้ในการเกษตรมาในพื้นที่ เพราะมีประสิทธิภาพในการกำจัดวัชพืชได้มากกว่าย่าฆ่าหญ้าในสามจังหวัดภาคใต้ ทั้งนี้โซเดียมคลอเรตมีลักษณะเป็นเกล็ดคล้ายเกลือเมื่อนำไปผสมกับส่วนผสมอื่นในอัตราส่วนที่ลงตัวแล้วนำไปผสมกับเชื้อปะทุบางชนิดก็จะได้ระเบิดที่มีอานุภาพทำลายล้างรุนแรง
"สารเคมีดังกล่าวประเทศไทยจัดว่าเป็นสารต้องห้ามนำเข้า ห้ามส่งออก ห้ามมีไว้ในครอบครอง เนื่องจากสามารถนำไปใช้ประกอบเป็นวัตถุระเบิดได้ หากตกอยู่ในมือของกลุ่มผู้ไม่หวังดีก็จะเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศได้"แหล่งข่าวย้ำ
แหล่งข่าวคนเดิม ให้ข้อมูลอีกว่า การนำเข้ามาช่วงแรกจะเป็นไปในลักษณะที่ชาวสวนในพื้นที่ข้ามฝั่งไปซื้อจากประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูง และมีสนนราคาเพียงถุงละ 100 กว่าบาทเท่านั้น ฝ่ายตรงข้ามรู้ถึงประสิทธิภาพของสารชนิดนี้ดี ใช้วิธีลักขโมยในสวนของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ รวมถึงบางครั้งทำทีไปขอซื้อจากเกษตรกรโดยอ้างว่านำไปใช้ในการปราบศรัตรูพืช เป็นต้น
แหล่งข่าวระบุว่า การหันมาใช้ยุทธวิธีระเบิดนำการรบอย่างเห็นได้ชัดในระยะนี้ของฝ่ายตรงข้ามเชื่อว่าเป็นเพราะต้องการลดอัตราเสี่ยงของแนวร่วมในการก่อเหตุ เนื่องจากที่ผ่านมาฝ่ายความมั่นคงเปิดยุทธสาสตร์รุกหนักในพื้นที่ด้วยการปิดล้อมตรวจค้น ควบคุมตัวเครือข่ายและแกนนำผู้ก่อความไม่สงบ และยึดอาวุธ สารตั้งต้นในการประกอบระเบิดจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่นราธิวาส ทำให้คนร้ายนำกลยุทธ์ดึงสารโซเดี่ยมคลอเตรทเพื่อหลีกการสกัดกั้น รวมถึงการควบคุมสารแอมโมเนียมไนเตรทซึ่งเป็นส่วนผสมหลักในปุ๋ยจนลดวงจรความรุนแรงโดยการใช้ระเบิดของฝ่ายตรงข้ามได้ระดับที่น่าพอใจก่อนหน้านี้
" เป็นงานหนักที่ฝ่ายความมั่นคงต้องหาทางสกัดและปิดช่องไม่ใฝห้ระเบิดลักษณะนี้ถูกคนร้ายนำมาก่อเหตุกับยเป้าหมายอีก เพราะมีความเป็นไปได้ไม่น้อยว่าเขาจะงัดมาสร้างสถานการณ์อีกแน่ เยื่องจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่จะแนะครั้งนี้เป็นไปตามแผนที่เขาวางไว้ " แหล่งข่าว กล่าว