ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิว
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิว จัดเป็นวัตถุอันตรายตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ซึ่งปัจจุบัน มีผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิวออกมาจำหน่ายในท้องตลาด หลายยี่ห้อหลายสูตร และผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์าทำความสะอาดพื้นผิว เป็นผลิตภัณฑ์ที่ประชาชนผู้บริโภคนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ผลิตดังกล่าวใช้สารเคมี เป็นส่วนผสม และมีการใช้สูตรแตกต่างกัน เช่น สูตรกรด สูตรแอมโมเนีย ฯลฯ แต่ละสูตรก็เหมาะสมกับการใช้งาน แต่ละแบบ และผู้ใช้ควรระมัดระวังในการใช้ เนื่องจากอาจเกิดอันตรายได้ ดังนั้น ลองมาทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ทำความ สะอาดพื้นผิว ในเรื่องของประเภท, สารเคมีที่ใช้เป็นส่วนผสม, วิธีการเลือกซื้อ, วิธีการใช้ ตลอดจนวิธีการเก็บรักษา
ประเภทของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิว แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ
1. ผลิตภัณฑ์สูตรกรด ผลิตภัณฑ์สูตรนี้เหมาะสมสำหรับการใช้ทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ เท่านั้น โดยทั่วไปจะใช้ กรดเกลือ (กรดไฮโดรคลอริก) เข้มข้น 12% เป็นสารออกฤทธิ์ โดยอาจจะผสมกับกรดฟอสฟอริกและสาร เติมแต่งจำพวกลดแรง ตึงผิว เพื่อให้สารออกฤทธิ์สัมผัสกับพื้นผิวห้องน้ำได้ดีขึ้น ทำให้การทำความสะอาด ทั่วถึงมากขึ้น ผลิตภัณฑ์สูตรนี้เหมาะกับพื้นห้องน้ำซึ่งคราบเกิดจากน้ำ เป็นคราบตะกอน สารอนินทรีย์ มักเกาะ ติดพื้นผิวห้องน้ำ ถ้าเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำสูตรอื่น ๆ มักขัดออกยากหรือขัดไม่ออก และมีการโฆษณา ว่าแค่ราดทิ้งไว้ก็สะอาด ถ้าใช้บ่อย ๆ อาจมีผลทำให้ผิวหน้าของพื้นห้องน้ำค่อย ๆ หลุดออก ซึ่งเมื่อใช้ไป เป็นเวลานานพื้นห้องน้ำอาจถูกกัดเซาะผิวหน้าทำให้ขรุขระไม่เรียบมัน ซึ่งจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ คราบสก ปรกติดฝังแน่น ตรงรอยหยาบของผิวกระเบื้องได้มาก โดยทั่วไประยะเวลา ของการถูกกัดเซาะนั้นก็จะขึ้น อยู่กับคุณภาพของผิวกระเบื้องที่ใช้ปูพื้นด้วย
2. ผลิตภัณฑ์สูตรเบสแก่ หรือด่างแก่ ผลิตภัณฑ์สูตรนี้เหมาะสำหรับการใช้ทำความสะอาดคราบไขมัน เช่น คราบ น้ำมันที่เกาะอยู่บนขอบเตา สารทำความสะอาดหลักในผลิตภัณฑ์ คือ โซดาไฟ (โซเดียมไฮดรอกไซด์) ที่ มีความเข้มข้นค่อนข้างสูง ดังนั้น ถ้ามีการใช้สารกลุ่มนี้ต้องสวมถุงมือด้วย เพราะหากไม่ใช้ถุงมือ จะทำให้มือเหี่ยวได้ และไม่เหมาะที่จะนำไปผสมน้ำเพื่อถูพื้น นอกจากใช้เช็ดบริเวณที่มีคราบไขมัน เฉพาะที่ แล้วต้องใช้น้ำล้างหรือเช็ดออกอย่างสะอาด
3. ผลิตภัณฑ์ที่มีสารอินทรีย์พวก LAS (Linear Alkyl Benzene Sulfonate) เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั่วไป ใช้ได้ทั้งพื้นห้องน้ำ พื้นห้องครัว ปาร์เก้ อะลูมิเนียม สแตนเลส ฯลฯ ใช้โดยการนำไปผสมกับน้ำ ผู้ประ กอบการส่วนใหญ่มักเติมสารช่วยลดแรงตึงผิว และน้ำหอม เพื่อดึงดูดใจลูกค้า บางยี่ห้อจะมีการเติม สารฆ่าเชื้อที่เป็น Benzalkonium chloride ประมาณ 2% ซึ่งทำให้ราคาสูงขึ้นอีกมาก อย่างไรก็ตามน้ำ ยาดังกล่าวเหมาะสำหรับการทำความสะอาดคราบไขมันเล็กน้อย เป็นการทำความสะอาดประจำวัน เท่านั้น ในการใช้กับงานหนักต้องเพิ่มผลิตภัณฑ์มากขึ้น
4. ผลิตภัณฑ์ที่มีสารอินทรีย์พวก LAS กับด่างอ่อน ผลิตภัณฑ์สูตรนี้ได้แก่ แอมโมเนีย และสารประกอบของแอมโม เนีย ซึ่งเป็นสารช่วยทำความสะอาดสารอนินทรีย์บางกลุ่มได้ ซึ่งจะไม่เหลือค้างบนพื้นผิวที่ทำความสะอาด เพราะส่วนที่เหลือจะระเหยเป็นแก๊สแอมโมเนีย
สารเคมีต่าง ๆ ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิว
ชื่อสารเคมี คุณสมบัติ
1. กรดไฮโดรคลอริค (Hydrochloric acid) เป็นกรดแก่ สามารถกัดกร่อนโลหะได้เป็นอย่างดี จึงใช้ผสม ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำ ขจัดคราบที่เกิดจากการ ตกตะกอนของโลหะไอออน (inorganic matter) คราบขาว เทา ๆ หรือส้ม ตามผนังและพื้นห้องน้ำ
2. กรดฟอสโฟริค (Phosphoric acid) กรดแก่ เช่นเดียวกับ Hydrochloric acid แต่มีฤทธิ์กัด กร่อนต่ำกว่า
3. โซเดียมไฮดรอกไซด์ (Sodiumhydroxide) หรือ โซดาไฟ เป็นเบสแก่ สามารถทำปฏิกิริยาได้เป็นอย่างดีกับไขมัน เป็นสารที่ละลายน้ำได้ จึงใช้ผสมในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ห้องครัวซึ่งคราบสกปรกเกิดจากไขมัน (organic matter) เป็นส่วนใหญ่
4. LAS (Linear Alkyl Benzene Sulfonate) เป็นสารที่สามารถขจัดคราบไขมันได้ เช่นเดียวกับโซดาไฟ แต่ฤทธิ์อ่อนกว่าซี่งใช้ได้กับพื้นที่ทั่ว ๆ ไป จึงผสมอยู่ใน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั่วไป ใช้ได้ทุกวันเป็นการทำความ สะอาดคราบไขมันเล็กน้อย
5. Benzalkonium chloride เป็นสารฆ่าเชื้อ ใช้ผสมได้ทั่ว ๆ ไป ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด สูตรต่าง ๆ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติในการขจัดเชื้อโรคต่าง ๆ
6. แอมโมเนีย (AMMONIA) เป็นเบสอ่อน สามารถทำปฏิกิริยากับสารอนินทรีย์ (inorganic matter) บางกลุ่มได้และไม่ตกค้างบนพื้นผิว เนื่องจากเป็นแก๊สระเหยได้ดี จึงใช้ผสมกับ lAS เพื่อเพิ่ม ความสามารถในการขจัดคราบสกปรก
7. SURFACTANT เป็นสารลดแรงตึงผิว ผสมในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเพื่อให้ สารออกฤทธิ์เข้าทำปฏิกิริยากับสิ่งสกปรกที่ผิวห้องน้ำได้ดี ที่นิยมใช้ได้แก่ Nonylphenol Pdyethylenc Gtycol Ether
วิธีการเลือกซื้อ
เมื่อรู้จักประเภทผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิวแล้ว การเลือกซื้อก็ต้องพิจารณาว่า ท่านจะนำมาใช้ทำความ สะอาดอะไร หากจะใช้ทำความสะอาดพื้นห้องน้ำที่ปนคราบสกปรกมาก ๆ ก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสูตรกรด หากจะใช้ ทำความสะอาดคราบน้ำมันบนขอบเตา ห้องครัว ก็ใช้ผลิตภัณฑ์สูตรเบสแก่หรือด่างแก่ ฯลฯ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น ท่านจะทราบ รายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ได้ ก็จากฉลากวัตถุอันตราย ดังนั้น วิธีการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิวก็เช่นเดียว กับการซื้อวัตถุอันตรายอื่น คือ จะต้องอ่านวัตถุอันตราย ซึ่งในฉลากจะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. เครื่องหมายหัวกะโหลกกับกระดูกไขว้ และคำว่า “วัถตุอันตราย” เป็นอักษรขนาดใหญ่กว่าอักษรอื่น เครื่องหมายและตัวอักษรต้องใช้สีดำหรือสีแดง ซึ่งสามารถมองเห็นได้ ชัดเจน
2. ชื่อทางเคมีของสารออกฤทธิ์ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของสารออกฤทธิ์ที่มิใช่เคมีภัณฑ์ และชื่อทางการค้า
3. ชื่อ ที่ตั้ง และหมายเลขโทรศัพท์ของแหล่งผลิตในประเทศ, ผู้ค้าส่งหรือผู้จัดจำหน่าย ผู้นำเข้า (ในกรณีวัตถุ อันตรายที่นำเข้าจากต่างประเทศ)
4. ปริมาณของวัตถุอันตรายและอัตราส่วนของสารออกฤทธิ์ที่ใช้ผสมอยู่ในวัตถุนั้น
5. ประโยชน์ วิธีใช้ และวิธีการเก็บรักษา พร้อมทั้งคำเตือน
6. อาการเกิดพิษ การแก้พิษเบื้องต้น และคำแนะนำให้รีบส่งผู้ป่วยไปพบแพทย์
7. วันหมดอายุการใช้ (ถ้ามี)
วิธีการใช้
เมื่อต้องใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิว นอกจากจะใช้ให้เหมาะสมกับงานแล้ว ควรมีความระมัดระวัง ในการใช้และคำนึงถึงอันตรายที่อาจจะได้รับจากสารเคมีซึ่งใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ ดังกล่าวด้วย
1. ขณะใช้ควรสวมถุงมือ และรองเท้า (แล้วแต่กรณีของการใช้)
2. ระวังอย่าให้ถูกผิวหนัง หากถูกผิวหนังให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดจำนวนมาก ๆ หากเปื้อนเสื้อผ้าให้รีบ ถอดออก แล้วล้างร่างกายด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้ง
3. ระวังอย่าให้เข้าตา หากเข้าตาให้ล้างด้วยน้ำสะอาดจนอาการระคายเคืองทุเลา ถ้าอาการยังไม่ทุเลา ควรไป พบแพทย์
4. หากกลืนกินผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิว ต้องทำให้อาเจียนโดยให้ดื่มน้ำสะอาด 2 แก้ว แล้วรีบนำผู้ป่วยนั้นส่ง แพทย์ทันทีพร้อมด้วยภาชนะบรรจุ ฉลาก หรือใบแทรกของ ชื่อผลิตภัณฑ์
วิธีการเก็บรักษา
1. แยกเก็บไว้ในที่มิดชิด เป็นสัดส่วนห่างจากเด็กและสัตว์เลี้ยง
2. อย่าเก็บรวมกับอาหารหรือวางปะปนกับอาหาร
3. บริเวณที่จัดเก็บควรเป็นที่แห้ง ห่างจากความร้อน เปลวไฟ วัตถุหรือสารไวไฟ และไม่ถูกแสงแดดส่องถึง โดยตรง
4. ภาชนะบรรจุเมื่อใช้หมดแล้วควรทิ้งหรือทำลายเสีย ห้ามนำมาใส่อาหารหรือของใช้อื่น
BACK