|
|
|
 |
น้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) คือสารเคมีจากธรรมชาติที่มีกลิ่น (Aromatic Substance) ได้จากการสกัดจากส่วนต่างๆของพืชและต้นไม้ด้วยไอน้ำ (Steam Distillation) น้ำมันหอมระเหยนี้มีความเข้มข้นสูง สามารถระเหยได้ในอุณหภูมิห้อง น้ำมันหอมระเหยที่ได้จากพืชต่างๆนี้มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันทั้งทางกลินและ การบำบัด Essential Oil เป็นที่รู้จักกันดีในวงการแพทย์ในการนำมาทำเป็นยาบำบัดรักษาผู้ป่วยและ ปัจจุบันน้ำมันหอมระเหยถูกนำมาใช้ในการบำบัดทางด้านจิตใจและร่างกาย (Aromatherapy) ในสปาและสถานที่ผ่อนคลายอื่นๆอย่างได้ผล
ส่วนต่างๆของพืช |
ตัวอย่างน้ำมันหอมระเหย |
ดอกไม้ |
กุหลาบ, มะลิ, กระดังงา |
เปลือกหรือผิว |
ส้ม, มะกรูด, มะนาว, ส้มเช้ง, ส้มโอ |
ก้านและใบ |
มะกรูด, ยูคาลิปตัส, ไซเปรส |
เนื้อไม้ |
พะยูง, จันทร์หอม |
ต้นหญ้า |
ตะไค้ร, ปาล์มมาโรซ่า, ตะไค้รหอม |
ราก |
ขิง, แฝกหอม |
วิธีการสกัดน้ำมันหอมระเหยสามารถแบ่งออกได้ดังนี้
1 .การกลั่นโดยใช้น้ำและไอ้น้ำ
วิธี นี้ใช้อุปกรณ์สำหรับกลั่นประกอบด้วย หม้อกลั่น เครื่องควบแน่น และภาชนะรองรับน้ำมัน หลักการของวิธีนี้คือให้ไอน้ำเป็นตัวพาน้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในเนื้อเยื่อ พืชออกมาพร้อมกัน เมื่อผ่านเครื่องควบแน่น ไอน้ำและไอของน้ำมันหอมระเหยจะควบแน่นเป็นของเหลว ได้น้ำมันหอมระเหย และน้ำแยกชั้นกัน หลังจากนั้นจึงแยกน้ำมันหอมระเหยออกจากน้ำ วิธีการนี้ทำได้หลายแบบ คือ อาจต้มพืชที่จะสกัดน้ำมันหอมระเหยกับน้ำเลย พอน้ำเดือดก็จะพาน้ำมันหอมระเหยออกมาด้วย หรืออาจจะต้มน้ำอีกภาชนะหนึ่งแล้วผ่านไอน้ำมายังภาชนะที่บรรจุพืชไว้ ไอน้ำก็จะพาน้ำมันหอมระเหยออกมา ซึ่งสองวิธีการนี้ วิธีการหลังพืชไม่สัมผัสกับความร้อนโดยตรง ทำให้น้ำมันหอมระเหยมีคุณภาพดีกว่าวิธีการแรก
2 .การสกัดโดยใช้ตัวทำละลาย
การส กัด น้ำมันหอมระเหย ที่ไม่สามารถใช้วิธีการกลั่นโดยใช้ไอน้ำได้เนื่องจากองค์ประกอบของสารหอม ระเหยในดอกไม้จะสลายตัวเมื่อถูกความร้อนสูง ดังนั้นจึงใช้ตัวทำละลาย เช่น เฮเซน สกัดน้ำมันหอมระเหยออก หลังจากนั้นระเหยไล่ตัวทำละลายออกที่อุณหภูมิและความกดดันต่ำ ก็จะได้น้ำมันหอมระเหยออกมา
3 .การสกัดโดยใช้ไขมัน
การสกัด โดยวิธีนี้เป็นวิธีการสกัดแบบดั้งเดิม มักใช้กับดอกไม้กลีบบาง เช่น มะลิ ซ่อนกลิ่น โดยใช้ไขมันประเภทน้ำมันหมูเกลี่ยลงบนถาดไม้ แล้วนำดอกไม้มาเกลี่ยทับเป็นชั้นบาง ๆจนเต็มถาด ตั้งทิ้งไว้ 24 ชม.แล้วเปลี่ยนดอกไม้ชุดใหม่ ทำซ้ำประมาณ 7-10 ครั้ง ไขมันก็จะดูดซับสารหอมไว้ หลังจากนั้น ละลายสารหอมออกจากไขมันโดยใช้เอทานอล แล้วนำไประเหยเอทานอล ออก ก็จะได้น้ำมันหอมระเหยออกมา
4.วิธีการบีบ
วิธีนี้มักใช้กับเปลือกผลไม้ตระกูลส้ม เช่น ส้ม มะนาว มะกรูด น้ำมันหอมระเหยที่ได้จะมีคุณภาพดี และราคาแพง
หลักการเลือกซื้อน้ำมันหอมระเหยมีอะไรบ้าง
หลีกเลี่ยงน้ำมันหอม ระเหยที่ฉลากระบุว่า Perfume oil ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นการนำน้ำมันหอมระเหยชนิดสังเคราะห์ที่ได้กลิ่นเหมือน กันมาใช้แทน ไม่มีประโยชน์ในการบำบัด กลิ่นแรกหลังจุดจะรู้สึกแสบจมูก
หาก น้ำมันหอมระเหยบรรจุอยู่ในขวดแก้วใส คุณสมบัติหรือประโยชน์ของน้ำมันหอมระเหยจะหาย กลิ่นจะไม่คงทน และประโยชน์ในการบำบัดก็จะลดลงตามไปด้วย วิธีการเลือกซื้อที่ถูกต้อง คือ ต้องเลือกใช้ภาชนะบรรจุที่มีขวดแก้วสีทึบ เข่น สีน้ำตาล สีน้ำเงิน หรือสีเขียว เป็นต้น
หลีกเลี่ยงการเลือกบรรจุภัณฑ์ที่เป็นจวดพลาสติก หรือมีจุกยาง เนื่องจากคุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหยจะละลายพลาสติกหรือจุกยางได้
ราคา ของน้ำมันหอมระเหยโดยปกติแล้วมีราคาประมาณ 1,000 – 10,000 บาทต่อลิตร โดยเฉพาะมะลิและกุหลาบจะมีราคาแพงมาก เพราะฉะนั้นหากท่านเลือกซื้อน้ำมันหอมระเหยได้ในราคาถูก ขอให้หยุดคิดสักนิดว่าอาจไม่ใช่ของแท้ 100 เปอร์เซ็นต์
หากพบน้ำมันหอมระเหยมีตะกอนอยู่ก้นขวดหรือแขวนลอยอยู่ ขอให้เลี่ยงเพราะน้ำมันหอมระเหยดังกล่าวอาจถูกเก็บไว้นานเกินไป
ควร หลีกเลี่ยงผู้ค้าที่มาขายในช่วงเทศกาลหรือตามสถานที่จัดงานต่าง เนื่องจากไม่มีแหล่งที่อยู่ที่แน่นอน ไม่สามารติดต่อได้ภายหลัง ควรซื้อจากร้านสปา โดยตรง
การเลือกซื้อควรได้พิสูจน์กลิ่นก่อนว่า กลิ่นเป็นอย่างไร แสบจมูก หรือฉุนหรือไม่ ผู้ขายสามารถอธิบายถึงสรรพคุณของน้ำมันหอมระเหยดังกล่าวได้หรือไม่
|
|
|