ปัญหาที่พบบ่อยหลังใช้ “สารตกตะกอน” ในระบบน้ำ
พร้อมวิธีแก้ไขแบบมืออาชีพ
สารตกตะกอน คือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สุดในงานปรับคุณภาพน้ำ ไม่ว่าจะเป็นระบบบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม ระบบผลิตน้ำประปา น้ำบาดาล น้ำผิวดิน หรือแม้แต่สระว่ายน้ำ หลักการของมันดูเหมือนเรียบง่าย — “ทำให้น้ำใสโดยทำให้อะไรบางอย่างตกลงไปด้านล่าง” แต่ในความเป็นจริง กระบวนการตกตะกอนคือ กระบวนการทางเคมี–ฟิสิกส์ที่ต้องควบคุมอย่างแม่นยำ
1) สารตกตะกอนคืออะไร? ทำงานอย่างไร
คือสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการปรับคุณภาพน้ำ เพื่อทำให้อนุภาคแขวนลอยขนาดเล็กมาก (Colloids) ซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า รวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่ (Floc) แล้วตกลงสู่ก้นถัง ก้นบ่อ หรือถูกกรองออกจากระบบ อนุภาคเหล่านี้คือสาเหตุหลักของ
-
น้ำขุ่น (Turbidity สูง)
-
สีของน้ำผิดปกติ
-
ค่า TSS สูง
-
การกรองยาก
-
ระบบตันเร็ว
ทำไมอนุภาคเล็ก ๆ ถึงไม่ยอมตกเอง?
อนุภาคแขวนลอยในน้ำส่วนใหญ่มี ประจุลบ (Negative charge) ที่ผิวของอนุภาค เมื่ออนุภาคมีประจุเหมือนกัน พวกมันจะ “ผลักกัน” ตลอดเวลา ทำให้ไม่สามารถรวมตัวเป็นก้อนได้ และลอยตัวอยู่ในน้ำได้นานมาก แม้จะมีแรงโน้มถ่วงก็ตาม จึงเป็นเหตุผลที่น้ำขุ่นบางประเภท ทิ้งไว้ทั้งคืนก็ไม่ใส หรือ การกรองธรรมดาอาจไม่เพียงพอ
2) หลักการทำงานทางเคมีของการตกตะกอน
น้ำขุ่นส่วนใหญ่เกิดจากอนุภาคขนาดเล็กมาก (< 1 ไมครอน) เช่น ดินละเอียด สารอินทรีย์ สีย้อม หรือโปรตีน ซึ่งอนุภาคเหล่านี้มี ประจุลบ (Negative charge) อยู่ที่ผิว เพราะมีประจุเหมือนกัน อนุภาคจึง “ผลักกันตลอดเวลา” แม้จะมีแรงโน้มถ่วง ก็ยังไม่ยอมตก ทำให้น้ำดูขุ่นอยู่นาน
กระบวนการตกตะกอนเกิดขึ้นอย่างไร?
เมื่อเติมสารตกตะกอน (เช่น PAC หรือ Alum) ลงไป จะเกิดขั้นตอนสำคัญ 4 ระยะ คือ
1) การแตกตัวในน้ำ (Hydrolysis)
สารตกตะกอนจะทำปฏิกิริยากับน้ำ เกิดเป็นสารเชิงซ้อนที่มี ประจุบวกสูง
สารเชิงซ้อนนี้คือ “ตัวหลัก” ที่จะเข้าไปจับอนุภาค
2) การหักล้างประจุ (Charge Neutralization)
ประจุบวกจากสารตกตะกอนจะเข้าไปหักล้างประจุลบบนผิวอนุภาค เมื่อประจุถูกทำให้เป็นกลาง แรงผลักระหว่างอนุภาคจะหายไปทันที นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของกระบวนการ
3) การรวมตัวเป็นก้อน (Floc Formation)
เมื่อแรงผลักหายไป อนุภาคจะเริ่มชนกันและจับตัวกัน ถ้ามี Polymer เสริมจะทำหน้าที่เหมือน “สะพานเชื่อม” ทำให้ก้อนใหญ่ แข็งแรง และตกเร็วขึ้น ก้อนที่เกิดขึ้นเรียกว่า Floc
4) การตกลงด้านล่าง (Sedimentation)
เมื่อ Floc มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากพอ แรงโน้มถ่วงจะชนะแรงพยุง → ตกลงด้านล่าง หลังจากนั้นสามารถ
-
ดูดตะกอนออก
-
เปิดกรอง
-
ระบาย Sludge
บทบาทของ pH ในกระบวนการนี้
pH ส่งผลโดยตรงต่อ:
-
รูปแบบสารเชิงซ้อนที่เกิดขึ้น
-
ความสามารถในการหักล้างประจุ
-
ขนาดและความแข็งแรงของ Floc
ตัวอย่างเช่น:
-
PAC ทำงานดีที่ pH 6–8
-
ถ้า pH > 9 ประสิทธิภาพจะลดลงอย่างชัดเจน
⚠ หากค่า pH ไม่เหมาะสม หรือโดสไม่ถูกต้อง
กระบวนการจะล้มเหลวทันที แม้จะใช้สารคุณภาพดี
3) ปัญหาที่พบบ่อย หลังใส่สารตกตะกอน
ต่อไปนี้คือ ปัญหาที่พบบ่อย มากที่สุดจากประสบการณ์ภาคสนาม
1. ใส่แล้วน้ำยังขุ่น
2. ใส่แล้วน้ำขุ่นกว่าเดิม
3. เกิดตะกอนฟุ้ง ไม่จับตัว
4. ตะกอนลอย ไม่จม
5. น้ำใสชั่วคราว แล้วกลับมาขุ่น
6. pH แกว่งแรง
7. กรองตันเร็ว
8. เกิดคราบขาว/เหลือง
4) ปัญหาที่พบบ่อยหลัง และวิธีแก้ไขแบบมืออาชีพ
ปัญหา 1: ใส่แล้วน้ำยังขุ่น
สาเหตุ
-
โดสต่ำเกินไป
-
pH ไม่อยู่ในช่วงทำงาน
-
ไม่ได้กวนเร็ว-กวนช้า (Rapid mix / Slow mix)
วิธีแก้
-
วัด pH ก่อน (ควรอยู่ 6.0–7.5 สำหรับ Alum/PAC)
-
เพิ่มโดสทีละ 10–20%
-
ใช้ Polymer เสริมช่วยจับก้อน
ปัญหา 2: ใส่แล้วน้ำขุ่นกว่าเดิม
สาเหตุ
-
การใช้ยาเกินขนาด
-
ใช้สารไม่เหมาะกับสภาพน้ำ
-
ค่าความกระด้างสูง
วิธีแก้
-
หยุดเติมทันที
-
เปิดระบบกวนช้า 30–60 นาที
-
ทดสอบ Jar Test ก่อนเติมรอบใหม่
ปัญหา 3: ตะกอนไม่จับตัว
สาเหตุ
-
ไม่มีขั้นตอน Rapid mix
-
ความเร็วปั่นผิด
-
pH ไม่เหมาะ
วิธีแก้แบบมืออาชีพ
| ขั้นตอน | เวลา | รอบหมุน |
|---|---|---|
| ผสมเร็ว | 1–3 นาที | 100–300 รอบต่อนาที |
| สโลว์มิกซ์ | 15–20 นาที | 30–60 รอบต่อนาที |
ปัญหา 4: ตะกอนลอย ไม่จม
สาเหตุ
-
ความหนาแน่น Floc ต่ำ
-
ใส่ Polymer ไม่พอ
-
อุณหภูมิน้ำต่ำมาก
วิธีแก้
-
เติม Polymer 0.1–0.3 ppm
-
ปรับ pH
-
เพิ่มเวลาตกตะกอน
ปัญหา 5: น้ำใสแล้วกลับมาขุ่น
สาเหตุ
-
กรองไม่สมบูรณ์
-
มีอนุภาคใหม่เข้ามา
-
ไม่ดูดตะกอนออก
วิธีแก้
-
การกำจัดฝุ่น/ตะกอนด้วยระบบสุญญากาศ
-
Backwash ทันทีหลังตกเสร็จ
-
ตรวจแหล่งน้ำเข้า
5) ตารางอัตราส่วนการใช้สารตกตะกอน
| ประเภทน้ำ | สารที่ใช้ | อัตราเริ่มต้น |
|---|---|---|
| น้ำขุ่นทั่วไป | PAC | 10–50 ppm |
| น้ำเสียอุตสาหกรรม | PAC + โพลิเมอร์ | 50–200 ppm |
| สระว่ายน้ำ | ฟล็อก | 1–5 ppm |
| น้ำดิบโรงงาน | สารส้ม | 20–150 ppm |
6) ปัจจัยสำคัญที่มืออาชีพต้องวัดก่อนใช้งาน
หลักคิดของมืออาชีพ:
“วิเคราะห์ก่อนเติม” ไม่ใช่ “เติมแล้วค่อยแก้”
การใช้สารตกตะกอนให้ได้ผลสูงสุด จำเป็นต้องเข้าใจ “สภาพน้ำจริง” ณ เวลานั้น เพราะน้ำแต่ละแหล่งมีคุณสมบัติต่างกันเสมอ แม้จะเป็นบ่อเดียวกัน แต่ต่างวัน ต่างอุณหภูมิ ค่าอาจเปลี่ยนได้
1) pH — ตัวแปรอันดับ 1 ที่กำหนดความสำเร็จ
สารตกตะกอนประเภท Alum และ PAC จะเกิดปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสในน้ำ และสร้างสารเชิงซ้อน (Hydrolyzed species) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการจับอนุภาคเฉพาะในช่วง pH ที่เหมาะสม
ถ้า pH ผิดช่วง:
-
ประจุจะไม่ถูกหักล้างสมบูรณ์
-
Floc จะเล็ก แตกง่าย
-
น้ำไม่ใส แม้จะเพิ่มโดส
ช่วง pH ที่แนะนำ
| สาร | ช่วง pH ที่ทำงานดีที่สุด |
|---|---|
| สารส้ม | 6.0 – 7.5 |
| PAC | 5.5 – 8.5 |
| เฟอร์ริกคลอไรด์ | 4.0 – 6.5 |
| โพลิเมอร์ | ขึ้นกับชนิด |
ตัวอย่างภาคสนาม
น้ำดิบ pH = 8.4
ใส่ PAC 50 ppm → น้ำไม่ตก
แก้ไข:
-
ปรับ pH ลง 6.8
-
ใส่ PAC เพียง 30 ppm → ตกทันที
📌 สรุป: คุม pH ได้ = ลดต้นทุนเคมี 20–40%
2) ความกระด้าง (Hardness)
ความกระด้างมาจาก Ca²⁺ และ Mg²⁺ ในระบบน้ำ
ผลกระทบต่อการตกตะกอน
-
น้ำกระด้างสูง → เกิดตะกอนร่วมกับ Coagulant
-
อาจเกิดคราบขาว
-
ทำให้คำนวณโดสผิด
ช่วงที่ต้องระวัง
| ความกระด้าง (mg/L as CaCO₃) | ผลกระทบ |
|---|---|
| < 100 | ปกติ |
| 100–250 | เริ่มมีผล |
| > 300 | ต้องวิเคราะห์ก่อนเติม |
3) ค่าความขุ่น (NTU)
NTU คือค่าความขุ่นของน้ำโดยตรง
- ใช้คำนวณโดสเบื้องต้น
- ประเมินประสิทธิภาพหลังตก
แนวทางอ้างอิงเบื้องต้น
| เอ็นทียู | ลักษณะ | โดสเริ่มต้น PAC |
|---|---|---|
| < 50 | ขุ่นเล็กน้อย | 10–20 ppm |
| 50–200 | ขุ่นปานกลาง | 20–50 ppm |
| > 200 | ขุ่นมาก | 50–150 ppm |
5) Alkalinity — ตัวคุมสมดุลระบบ
Alkalinity คือความสามารถของน้ำในการต้านการเปลี่ยนแปลง pH หาก Alkalinity ต่ำ
-
pH จะตกฮวบ
-
เกิด Over-acidification
-
ระบบเสียสมดุล
ช่วงที่เหมาะสม
| ค่า Alkalinity (mg/L as CaCO₃) | ความเสถียร |
|---|---|
| < 50 | เสี่ยง pH แกว่ง |
| 50–150 | เหมาะสม |
| > 150 | เสถียรดี |
หาก Alkalinity ต่ำ ควรเสริมด้วยโซดาแอชหรือปูนขาวก่อน
6) Temperature (อุณหภูมิ) มีผลต่อ
-
ความเร็วปฏิกิริยา
-
ความหนืดของน้ำ
-
ความเร็วการตกของ Floc
ผลกระทบ
| อุณหภูมิ | ผลต่อการตก |
|---|---|
| > 30°C | ตกเร็ว |
| 15–30°C | ปกติ |
| < 15°C | ตกช้า ต้องเพิ่มเวลา |
ในน้ำอุณหภูมิต่ำ Floc จะเล็กและเปราะ
มืออาชีพจึงมักเพิ่มเวลาพักตกมากกว่าการเพิ่มโดส
7) ขั้นตอนการใช้งานสารตกตะกอนอย่างถูกต้อง
Step 1 – วัดค่า pH
Step 2 – ทำ Jar Test
Step 3 – Rapid mix 1–3 นาที
Step 4 – Slow mix 15–20 นาที
Step 5 – พักตก 30–120 นาที
Step 6 – ระบายตะกอนออก
8) ตารางวิเคราะห์ปัญหาแบบมืออาชีพ
| อาการ | วิเคราะห์ | แนวทางแก้ |
|---|---|---|
| น้ำขุ่นไม่ตก | pH ผิด | ปรับ pH |
| ตะกอนฟุ้ง | กวนแรงเกิน | ลดรอบ |
| กรองตัน | Sludge มาก | การไหลย้อนกลับ |
| คราบเหลือง | Fe สูง | เติม Oxidant ก่อน |
9) FAQ คำถามที่พบบ่อย
1) ใส่สารตกตะกอนแล้วต้องปิดปั๊มหรือไม่?
→ ต้องหยุดปั่นแรง และเข้าสู่โหมดกวนช้า
2) ใช้มากยิ่งใสดีไหม?
→ ไม่จริง Overdose จะทำให้น้ำขุ่นกว่าเดิม
3) ทำไมตกเร็วบางวัน บางวันตกช้า?
→ อุณหภูมิและ pH มีผล
4) ใช้ร่วมกับคลอรีนได้ไหม?
→ ได้ แต่ไม่ควรเติมพร้อมกัน
5) น้ำบาดาลใช้ได้ไหม?
→ ได้ แต่ต้องเช็กเหล็กก่อน
7) Polymer จำเป็นไหม?
→ กรณีน้ำเสียเข้มข้น จำเป็นมาก
8) ทำไมเกิดคราบขาว?
→ เกิดจาก Alum + pH สูง
9) pH ที่ดีที่สุดคือเท่าไร?
→ 6.0–7.5 สำหรับ PAC/Alum
10) ต้องทำ Jar Test ทุกครั้งไหม?
→ สำหรับงานโรงงาน ควรทำทุกครั้ง
สรุปแบบ Actionable Summary
ถ้าคุณกำลังเจอ ปัญหาที่พบบ่อย หลังใช้สารตกตะกอน ให้ทำตามนี้ทันที
✔ วัด pH ก่อนเติม
✔ ทำ Jar Test
✔ คุมขั้นตอน Rapid & Slow Mix
✔ อย่า Overdose
✔ ดูดตะกอนออกทุกครั้ง
✔ Backwash หลังจบงาน
สนใจติดต่อ เวิลด์เคมีคอล กรุ๊ป ผู้นําด้านการจําหน่ายและนำเข้า สารเคมีภัณฑ์ เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ และ ขนาดย่อม ประเภท เคมีอุตสาหกรรม เคมีทําความสะอาด เคมีสระว่ายน้ำ เคมีบำบัดน้ำ เคมีงานปั้น-งานหล่อ เคมีอาหาร กลิ่น สารสกัด สี น้ำหอม เคมีเครื่องสำอาง อาทิ กลีเซอรีน โซดาไฟเกล็ด โซเดียมเมต้าไบซัลไฟต์ เอทิลแอลกอฮอล์ ฯลฯ สารพัดด้านเคมี เวิลด์เคมิคอล กรุ๊ป พร้อมให้บริการและให้ปรึกษากับลูกค้าทุกท่าน
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Line ID : @worldchemical
Facebook : https://www.facebook.com/chemical.chiangmai
เว็บไซต์ : www.worldchemical.co.th
โทร : 053 204 446-7

