Peracetic Acid และ Performic Acid คืออะไร?
Peracetic Acid คืออะไร

Peracetic acid หรือ PAA เป็นสารในกลุ่ม Peroxy acid มีสูตรโดยทั่วไปคือ CH₃COOOH เกิดจากสมดุลของกรดอะซิติกและไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เป็นของเหลวใส มีกลิ่นฉุน เปรี้ยว แสบจมูก และมีคุณสมบัติเป็นสารออกซิไดซ์ที่แรง เหมาะสำหรับใช้เป็นสารฆ่าเชื้อ สารทำความสะอาดเชิงสุขาภิบาล และสารออกซิไดซ์ในระบบน้ำหรือพื้นผิวอุตสาหกรรม
จุดเด่นของ PAA คือสามารถออกฤทธิ์ได้ดีแม้อยู่ในสภาวะที่มีสารอินทรีย์ระดับหนึ่ง ใช้ได้ในงานอาหารและเครื่องดื่มบางประเภทภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด และสลายตัวเป็นสารที่จัดการง่ายกว่าเมื่อเทียบกับสารฆ่าเชื้อบางกลุ่ม เช่น คลอรีน เพราะไม่เน้นการเกิดสารตกค้างกลุ่มคลอริเนต
Performic Acid คืออะไร

Performic acid หรือ PFA เป็นสาร Peracid เช่นกัน แต่มีโครงสร้างเกี่ยวข้องกับกรดฟอร์มิก มีสูตรโดยทั่วไปคือ CH₂O₃ จัดเป็นสารออกซิไดซ์ที่มีความแรงสูง ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้รวดเร็ว และถูกศึกษาอย่างต่อเนื่องในงานฆ่าเชื้อน้ำเสีย โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการลดปัญหาสารพลอยได้จากการฆ่าเชื้อบางชนิด
อย่างไรก็ตาม Performic acid มีความไวต่อการสลายตัวและมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสูง จึงมักพบในระบบอุตสาหกรรมเฉพาะทางมากกว่างานทั่วไป และไม่ควรแนะนำให้ผู้ใช้งานทั่วไปนำสารตั้งต้นมาผสมเองโดยไม่มีระบบควบคุม
หลักการออกฤทธิ์ของสารกลุ่ม Peracid
สารกลุ่ม Peracid เช่น Peracetic acid และ Performic acid ฆ่าเชื้อด้วยกลไก Oxidation หรือการออกซิไดซ์ส่วนประกอบสำคัญของจุลินทรีย์ เช่น ผนังเซลล์ เยื่อหุ้มเซลล์ เอนไซม์ และโปรตีน ทำให้เชื้อแบคทีเรีย ยีสต์ รา ไวรัส หรือสปอร์บางชนิดเสียสภาพและหยุดการเจริญเติบโต
CDC ระบุว่า Peracetic acid สามารถยับยั้งแบคทีเรียแกรมบวก แกรมลบ เชื้อรา และยีสต์ได้รวดเร็วในระดับความเข้มข้นต่ำกว่า 100 ppm ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม แต่เมื่อมีสารอินทรีย์ปนเปื้อนอาจต้องเพิ่มระดับการใช้งานเป็นช่วง 200–500 ppm และในงานที่เกี่ยวข้องกับไวรัสหรือสปอร์อาจต้องใช้ความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่สูงขึ้นตามชนิดของเชื้อและสภาพแวดล้อม
พูดง่าย ๆ คือ ความเข้มข้น + เวลาสัมผัส + ความสะอาดของพื้นผิวก่อนฆ่าเชื้อ คือ 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้สารกลุ่มนี้ทำงานได้ดี หากพื้นผิวมีคราบไขมัน คราบโปรตีน ดิน โคลน หรือสารอินทรีย์จำนวนมาก ควรล้างทำความสะอาดก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อภายหลัง
Peracetic Acid ใช้ทำอะไร
ใช้ฆ่าเชื้อพื้นผิวในโรงงานอาหารและเครื่องดื่ม
Peracetic acid นิยมใช้เป็นสารฆ่าเชื้อสำหรับพื้นผิวสัมผัสอาหาร เช่น โต๊ะสแตนเลส สายพาน เครื่องมือ ถังผสม ท่อ ระบบ CIP และอุปกรณ์ในไลน์ผลิตอาหารหรือเครื่องดื่ม โดยรายงานทางเทคนิคของ USDA ระบุว่า PAA ใช้เป็น sanitizer สำหรับพื้นผิวสัมผัสอาหาร และใช้กับการจัดการผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ไข่ และน้ำในระบบบางประเภทได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
ใช้ในระบบ CIP และท่อไลน์ผลิต
ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม นม เบียร์ น้ำผลไม้ หรืออาหารเหลว ระบบท่อและถังมักต้องทำความสะอาดแบบ CIP หรือ Cleaning in Place การใช้ PAA ช่วยลดการปนเปื้อนจุลินทรีย์หลังล้างด่าง/กรด และเหมาะกับงานที่ไม่ต้องการกลิ่นคลอรีนตกค้าง
ใช้ในน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำ
EPA ระบุว่า Peracetic acid เป็นสารฆ่าเชื้อในระบบน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ โดยประสิทธิผลขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำเสีย ความเข้มข้นของ PAA ระยะเวลาสัมผัส และรูปแบบถังปฏิกิริยา
ใช้ในงานฟาร์มและสุขาภิบาล
PAA สามารถใช้ในงานล้างฆ่าเชื้ออุปกรณ์ ฟาร์ม โรงเรือน พื้นที่เปียก และอุปกรณ์ที่ต้องควบคุมกลิ่นและเชื้อ แต่ต้องเลือกความเข้มข้นให้เหมาะสมกับวัสดุ เพราะสารกลุ่มนี้มีฤทธิ์กัดกร่อนและออกซิไดซ์
Performic Acid ใช้ทำอะไร
ใช้ฆ่าเชื้อน้ำเสีย
Performic acid ถูกศึกษาและใช้งานมากขึ้นในงานฆ่าเชื้อน้ำเสีย เพราะมีศักยภาพในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้ดี มีงานศึกษาที่ระบุว่า PFA เป็นทางเลือกที่น่าสนใจในระบบน้ำเสีย เนื่องจากออกฤทธิ์แรงและมีโอกาสลดปัญหาสารพลอยได้บางชนิดจากกระบวนการฆ่าเชื้อแบบดั้งเดิม
ใช้ในอุตสาหกรรมเฉพาะทาง
Performic acid อาจพบในงานที่ต้องการ Oxidation สูง เช่น กระบวนการทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อระดับอุตสาหกรรม งานอาหารบางประเภท และงานบำบัดน้ำที่มีการออกแบบระบบเฉพาะ แต่เนื่องจากสารมีความไวและมีความเสี่ยง ไม่เหมาะกับการใช้งานทั่วไปโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญ
ใช้เป็นสารออกซิไดซ์
นอกจากฆ่าเชื้อแล้ว PFA ยังเป็นสารออกซิไดซ์ที่แรง เหมาะกับระบบที่ต้องการเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชัน แต่ต้องควบคุมอุณหภูมิ ความเข้มข้น pH และวัสดุสัมผัสอย่างรัดกุม
ตารางเปรียบเทียบ Peracetic Acid และ Performic Acid
| หัวข้อ | Peracetic Acid | Performic Acid |
|---|---|---|
| ชื่อย่อ | PAA | PFA |
| กลุ่มสาร | Peracid / Oxidizing disinfectant | Peracid / Strong oxidizing disinfectant |
| การใช้งานทั่วไป | ฆ่าเชื้อพื้นผิว อาหาร เครื่องดื่ม CIP น้ำเสีย | ฆ่าเชื้อน้ำเสีย งานเฉพาะทาง งานออกซิเดชัน |
| ความแพร่หลาย | ใช้แพร่หลายกว่า | ใช้เฉพาะทางกว่า |
| ความแรงในการออกซิไดซ์ | สูง | สูงมาก |
| ความเสถียร | เสถียรกว่า PFA เมื่ออยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเหมาะสม | ไวต่อการสลายตัวมากกว่า |
| ความเหมาะสมกับลูกค้าทั่วไป | เหมาะกว่า หากใช้ตามฉลาก/SDS | ไม่แนะนำให้ผสมเองหรือใช้งานทั่วไป |
| จุดเด่น | ฆ่าเชื้อเร็ว กลิ่นคลอรีนต่ำ สลายตัวค่อนข้างง่าย | ออกฤทธิ์แรง เหมาะกับระบบเฉพาะ |
| จุดควรระวัง | กัดกร่อน ระคายเคือง เป็น Oxidizer | เสี่ยงสูง ไวต่อปฏิกิริยา ต้องควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญ |
อัตราส่วนและแนวทางการใช้งานเบื้องต้น
หมายเหตุ: อัตราส่วนจริงต้องอ้างอิงฉลากสินค้า SDS ความเข้มข้นผลิตภัณฑ์ วัตถุประสงค์การใช้งาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเสมอ ตารางนี้เป็นแนวทางเชิงเทคนิคเบื้องต้น ไม่ใช่คำสั่งใช้แทนฉลากผลิตภัณฑ์
| งานใช้งาน | ช่วงความเข้มข้นใช้งานโดยประมาณ | เวลาสัมผัสโดยประมาณ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ฆ่าเชื้อพื้นผิวสะอาดทั่วไปด้วย PAA | 80–200 ppm | 1–5 นาที | ต้องล้างคราบสกปรกก่อน |
| พื้นผิวที่มีสารอินทรีย์ปนเปื้อน | 200–500 ppm | 5–10 นาที | CDC ระบุว่าหากมี organic matter อาจต้องใช้ 200–500 ppm |
| งาน CIP / ท่อ / ถัง | 100–300 ppm | ตามระบบ | ต้องตรวจ compatibility ของวัสดุ |
| น้ำเสีย / ระบบบำบัด | ขึ้นกับคุณภาพน้ำและ contact time | ต้องออกแบบระบบ | EPA ระบุว่าประสิทธิภาพขึ้นกับน้ำเสีย ความเข้มข้น เวลา และ reactor configuration |
| Performic acid | ไม่แนะนำให้กำหนดแบบทั่วไป | ต้องใช้ระบบควบคุม | ควรใช้เฉพาะงานที่มีวิศวกร/ผู้เชี่ยวชาญดูแล |
ตัวอย่างการคำนวณแบบเข้าใจง่าย
หากมีผลิตภัณฑ์ Peracetic acid ที่ต้องการเตรียมน้ำยาใช้งานระดับ 100 ppm active PAA ปริมาณที่ใช้จะขึ้นกับเปอร์เซ็นต์ active ของสินค้า เช่น สินค้า PAA 5%, 10% หรือ 15% จะใช้ปริมาณไม่เท่ากัน ดังนั้นควรดูเอกสาร COA/SDS หรือฉลากก่อนคำนวณทุกครั้ง
สูตรแนวคิดคือ:
ปริมาณสารเข้มข้นที่ใช้ = ความเข้มข้นที่ต้องการ × ปริมาตรน้ำ ÷ ความเข้มข้นสารตั้งต้น
ตัวอย่างเชิงหลักการ:
ต้องการน้ำยาใช้งาน 100 ลิตร ที่ 100 ppm จาก PAA active 5%
5% = 50,000 ppm
ปริมาณที่ใช้ = 100 ppm × 100 L ÷ 50,000 ppm = 0.2 L
ดังนั้นใช้สารเข้มข้นประมาณ 200 ml ผสมน้ำให้ครบ 100 ลิตร
ควรผสมในพื้นที่ระบายอากาศดี เติมสารลงในน้ำ ไม่เทน้ำใส่สารเข้มข้นโดยตรง และห้ามผสมร่วมกับสารเคมีอื่น เช่น คลอรีน ด่างเข้มข้น กรดอื่น หรือสารรีดิวซ์ โดยไม่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
ข้อดีของ Peracetic Acid และ Performic Acid
1. ฆ่าเชื้อได้รวดเร็ว
PAA มีข้อมูลสนับสนุนว่าออกฤทธิ์กับแบคทีเรีย เชื้อรา และยีสต์ได้รวดเร็วเมื่อใช้ในสภาพที่เหมาะสม
2. ไม่มีกลิ่นคลอรีนตกค้าง
เหมาะกับงานที่ไม่ต้องการกลิ่นคลอรีน เช่น โรงงานอาหาร เครื่องดื่ม และพื้นที่ที่ต้องควบคุมกลิ่น
3. เหมาะกับระบบสุขาภิบาลอุตสาหกรรม
PAA ใช้งานได้ดีกับพื้นผิวสแตนเลส ท่อ ถัง และระบบล้างฆ่าเชื้อในไลน์ผลิต แต่ต้องตรวจสอบวัสดุ เช่น เหล็กธรรมดา ทองแดง ทองเหลือง ยางบางชนิด หรือพลาสติกบางประเภท
4. เป็นทางเลือกในระบบน้ำเสีย
ทั้ง PAA และ PFA ถูกนำมาศึกษาและใช้งานในระบบฆ่าเชื้อน้ำเสีย โดย PFA ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงและลดข้อจำกัดบางอย่างของระบบดั้งเดิม
ข้อควรระวัง ความปลอดภัย และ PPE
Peracetic acid และ Performic acid เป็นสารออกซิไดซ์ที่มีความเสี่ยง ไม่ควรใช้งานแบบเดียวกับน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป OSHA ระบุว่า Peracetic acid เป็นของเหลวไม่สี มีกลิ่นฉุน และมีการจัดระดับอันตรายด้านสุขภาพและการติดไฟที่ต้องระวัง
PPE ที่ควรใช้
ผู้ใช้งานควรสวมถุงมือกันสารเคมี แว่นครอบตา หน้ากากหรืออุปกรณ์ป้องกันไอระเหยตามระดับความเสี่ยง รองเท้าปิดมิดชิด และผ้ากันเปื้อนกันสารเคมี โดยเฉพาะงานเท แบ่งบรรจุ ผสม หรือฉีดพ่นในพื้นที่ปิด
สิ่งที่ไม่ควรทำ
ไม่ควรผสม PAA หรือ PFA กับสารเคมีอื่นโดยไม่ทราบปฏิกิริยา ไม่ควรเก็บใกล้ความร้อน แสงแดด เปลวไฟ สารรีดิวซ์ โลหะบางชนิด หรือสารอินทรีย์เข้มข้น และไม่ควรใช้ภาชนะที่ไม่เหมาะสม เพราะสารกลุ่มนี้สามารถเร่งการกัดกร่อนและทำให้เกิดแรงดันจากการสลายตัวได้
การจัดเก็บ
ควรเก็บในภาชนะเดิมที่ผู้ผลิตกำหนด ปิดฝาให้เหมาะสม วางในที่เย็น แห้ง ระบายอากาศดี แยกจากสารเคมีที่เข้ากันไม่ได้ และมีถาดรองรับกรณีรั่วไหล
เลือกใช้ตัวไหนดีให้เหมาะกับงาน
ถ้าเป็นงานสุขาภิบาลทั่วไปในโรงงานอาหาร เครื่องดื่ม ฟาร์ม อุปกรณ์ หรือระบบ CIP ส่วนใหญ่ Peracetic acid จะเป็นตัวเลือกที่ใช้ง่ายกว่า มีข้อมูลใช้งานมากกว่า และหาแนวทางการควบคุมได้ชัดเจนกว่า
แต่ถ้าเป็นงานเฉพาะทาง เช่น น้ำเสียอุตสาหกรรมที่ต้องการประสิทธิภาพสูง งานวิจัย หรืองานที่มีระบบ dosing อัตโนมัติและมีวิศวกรควบคุม Performic acid อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ต้องประเมินความปลอดภัย ระบบควบคุม และต้นทุนโดยละเอียด
สำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้งานจริง แนะนำให้เริ่มจากการตอบ 5 คำถามนี้ก่อนเลือกสินค้า:
- ใช้กับพื้นผิว น้ำเสีย ท่อ หรืออุปกรณ์ชนิดใด
- ต้องการฆ่าเชื้อกลุ่มไหน เช่น แบคทีเรีย ยีสต์ รา ไวรัส หรือสปอร์
- พื้นผิวมีคราบอินทรีย์เยอะหรือไม่
- วัสดุที่สัมผัสเป็นสแตนเลส พลาสติก ยาง หรือโลหะชนิดใด
- มีระบบระบายอากาศ PPE และผู้ควบคุมงานหรือไม่
FAQ คำถามที่พบบ่อย
1. Peracetic Acid และ Performic Acid ต่างกันอย่างไร
Peracetic acid ใช้แพร่หลายกว่า เหมาะกับงานฆ่าเชื้อทั่วไปในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และระบบ CIP ส่วน Performic acid มีความแรงสูงกว่าและเหมาะกับงานเฉพาะทางมากกว่า โดยเฉพาะระบบน้ำเสียหรือกระบวนการที่มีการควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญ
2. Peracetic acid ใช้ฆ่าเชื้อพื้นผิวได้ไหม
ได้ นิยมใช้กับพื้นผิวที่ต้องการสุขาภิบาล เช่น สแตนเลส โต๊ะผลิต สายพาน ถัง ท่อ และอุปกรณ์ในโรงงานอาหาร แต่ต้องใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่เหมาะสม
3. Peracetic acid ใช้ในโรงงานอาหารได้ไหม
ใช้ได้ในหลายกระบวนการภายใต้ข้อกำหนดที่เหมาะสม โดยมีรายงานว่า PAA ใช้เป็น sanitizer สำหรับพื้นผิวสัมผัสอาหารและงานจัดการอาหารบางประเภท
4. Performic acid เหมาะกับลูกค้าทั่วไปไหม
โดยทั่วไปไม่แนะนำสำหรับลูกค้าทั่วไป เพราะมีความไวต่อปฏิกิริยาและมีความเสี่ยงสูงกว่า ควรใช้ในระบบเฉพาะทางที่มีการควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญ
5. PAA มีกลิ่นไหม
มี กลิ่นฉุน เปรี้ยว และระคายเคือง จึงต้องใช้งานในที่อากาศถ่ายเทดีและสวม PPE
6. ใช้ Peracetic acid แล้วต้องล้างน้ำตามไหม
ขึ้นอยู่กับชนิดสินค้า ฉลาก ข้อกำหนดของพื้นที่ และมาตรฐานโรงงาน บางสูตรเป็น no-rinse sanitizer ภายใต้ความเข้มข้นที่กำหนด แต่บางกรณีต้องล้างน้ำตาม จึงควรยึดตามฉลากและเอกสารของผู้ผลิต
7. Peracetic acid กัดกร่อนหรือไม่
มีโอกาสกัดกร่อน โดยเฉพาะกับโลหะบางชนิด ยาง หรือวัสดุที่ไม่ทนสารออกซิไดซ์ ควรทดสอบวัสดุก่อนใช้จริง
8. ผสม Peracetic acid กับคลอรีนได้ไหม
ไม่ควรผสม เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาอันตราย ไอระเหย หรือการสลายตัวรุนแรง ควรใช้แยกระบบและล้างระบบให้เหมาะสมก่อนเปลี่ยนสาร
9. PAA ใช้กับน้ำเสียได้ไหม
ใช้ได้ แต่ต้องออกแบบตามคุณภาพน้ำ ความเข้มข้น เวลาสัมผัส และระบบถังปฏิกิริยา เพราะประสิทธิภาพขึ้นกับปัจจัยเหล่านี้
10. ต้องเก็บสารกลุ่มนี้อย่างไร
เก็บในภาชนะเดิม ปิดให้เหมาะสม วางในที่เย็น ระบายอากาศดี ห่างจากความร้อน แสงแดด สารรีดิวซ์ สารอินทรีย์ และสารเคมีที่เข้ากันไม่ได้
11. ถ้าต้องการซื้อไปใช้ ควรแจ้งข้อมูลอะไรกับผู้ขาย
ควรแจ้งวัตถุประสงค์การใช้งาน ปริมาตรน้ำหรือพื้นที่ วัสดุที่สัมผัส ความเข้มข้นที่ต้องการ มาตรฐานโรงงาน และต้องการเอกสาร SDS/COA หรือไม่ เพื่อให้แนะนำสินค้าและอัตราการใช้ได้เหมาะสม
สนใจติดต่อ เวิลด์เคมีคอล กรุ๊ป ผู้นําด้านการจําหน่ายและนำเข้า สารเคมีภัณฑ์ เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ และ ขนาดย่อม ประเภท เคมีอุตสาหกรรม เคมีทําความสะอาด เคมีสระว่ายน้ำ เคมีบำบัดน้ำ เคมีงานปั้น-งานหล่อ เคมีอาหาร กลิ่น สารสกัด สี น้ำหอม เคมีเครื่องสำอาง อาทิ กลีเซอรีน โซดาไฟเกล็ด โซเดียมเมต้าไบซัลไฟต์ เอทิลแอลกอฮอล์ ฯลฯ สารพัดด้านเคมี เวิลด์เคมิคอล กรุ๊ป พร้อมให้บริการและให้ปรึกษากับลูกค้าทุกท่าน
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Line ID : @worldchemical
Facebook : https://www.facebook.com/chemical.chiangmai
เว็บไซต์ : www.worldchemical.co.th
โทร : 053 204 446-7

