ศาสตร์แห่งความหอม 101 – Fragrance 101

ในการผลิตน้ำหอมนอกจากเราจะต้องรู้เรื่อง ระดับความเข้มข้นของหัวน้ำหอม อย่างที่เราได้เรียนรู้กันในบทความที่แล้วกันไปแล้ว ต่อมาเราจะต้องมารู้จักกับ พีระมิดโครงสร้างของกลิ่น “The Fragrance Pyramid” กันต่อ

พีระมิดโครงสร้างของกลิ่น (Fragrance Pyramid)

แนวคิดที่แบ่งส่วนประกอบของน้ำหอมออกเป็น 3 ชั้น ตามอัตราการระเหยและความคงทน ได้แก่ Top Notes (กลิ่นแรก), Middle Notes (กลิ่นกลาง) และ Base Notes (กลิ่นฐาน) ซึ่งช่วยให้เห็นลำดับการเปลี่ยนแปลงของกลิ่นตั้งแต่เปิดฉีดจนถึงกลิ่นสุดท้ายที่ติดผิว

  • Top Notes: กลิ่นแรกที่เตะจมูก (เช่น ส้ม, มะนาว) อยู่ได้ประมาณ 5-15 นาที
  • Heart (Middle) Notes: หัวใจของน้ำหอม (เช่น ดอกไม้, เครื่องเทศ) จะเริ่มชัดขึ้นหลังผ่านไป 20 นาที
  • Base Notes: กลิ่นสุดท้ายที่ติดผิว (เช่น ไม้หอม, วานิลลา, มัสก์) เป็นกลิ่นที่จะอยู่กับคุณไปตลอดทั้งวัน

Fragrance Pyramid ในทางเคมี

เราจะแวะมาทำความเข้าใจกับโครงสร้างทางเคมีของกลิ่นต่าง ๆ กันก่อน เพื่อที่เราจะเลือกกลิ่นที่ควรจะเป็น Top Notes Heart Note และ Base Note ได้อย่างถูกต้อง

1. Aldehydes (อัลดีไฮด์)

“ความสะอาดที่เปล่งประกาย” นี่คือกลุ่มที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์น้ำหอม (โดยเฉพาะ Chanel No. 5)

ลักษณะทางเคมี: มีหมู่ฟังก์ชัน กลิ่น: ตัวมันเองมีกลิ่นคล้ายไขมันหรือเทียนไข แต่เมื่อนำไปผสมในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยให้กลิ่นดอกไม้ “พุ่ง” และ “สว่าง” ขึ้นมาเหมือนเปิดไฟฉาย ใส่ความรู้สึกแบบสบู่ สะอาด และฟุ้งกระจายได้ดีมาก

2. Esters (เอสเทอร์)

“กลิ่นผลไม้และดอกไม้” เป็นกลุ่มที่พบได้บ่อยที่สุดในน้ำหอม

เกิดจาก: ปฏิกิริยาระหว่างแอลกอฮอล์กับกรด (Esterification)

กลิ่น: ส่วนใหญ่ให้กลิ่นผลไม้ (เช่น Benzyl Acetate ให้กลิ่นมะลิ, Ethyl Butyrate ให้กลิ่นสับปะรด)

3. Terpenes (เทอร์พีน)

“ความสดชื่นจากธรรมชาติ” ลักษณะ: พบมากในน้ำมันหอมระเหยจากพืช ตัวอย่าง: Limonene (จากเปลือกส้ม) ให้กลิ่นสดชื่น หรือ Pinene (จากสน) ให้กลิ่นเขียวๆ สดชื่นแบบป่า

4. Musks (มัสก์)

“โมเลกุลขนาดใหญ่ที่ติดทน” ในทางเคมี มัสก์สมัยใหม่คือ Synthetic Musks (เช่น Galaxolide)

คุณสมบัติ: มีโมเลกุลขนาดใหญ่และหนัก (High Molecular Weight) ทำให้ระเหยช้ามาก จึงทำหน้าที่เป็น Fixative (ตัวตรึงกลิ่น) ช่วยให้กลิ่นอื่นๆ ติดทนบนผิวได้นานขึ้น

5. ปัจจัยทางเคมีที่มีผลต่อกลิ่นบนผิว

Oxidation (การทำปฏิกิริยากับออกซิเจน): เป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำหอม “บูด” หรือเปลี่ยนสีเมื่อเก็บไว้นานๆ หรือโดนแดด

Skin Chemistry (pH และไขมันบนผิว): ระดับความเป็นกรด-ด่าง และปริมาณน้ำมันบนผิวของแต่ละคน จะทำปฏิกิริยากับโมเลกุลน้ำหอมต่างกัน ทำให้คนสองคนฉีดน้ำหอมขวดเดียวกันแต่ได้กลิ่น “ไม่เหมือนกัน 100%”

จากโครงสร้าง ตัวไหนควรอยู่ในชั้นไหนของพีระมิต

ถ้าจัดกลุ่มตาม อัตราการระเหย (Volatility) และน้ำหนักโมเลกุล เพื่อแบ่งเป็น Top, Heart และ Base Note จะแบ่งได้ดังนี้:

1. Top Notes: Terpenes และ Aldehydes (สายสั้น)

กลุ่มนี้เป็นโมเลกุลขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ระเหยเร็วที่สุด

  • Terpenes: (เช่น Limonene ในส้ม) ระเหยไวมาก ให้ความรู้สึกสดชื่นทันทีที่ฉีด
  • Aldehydes: โดยเฉพาะกลุ่มที่มีคาร์บอน 8-10 อะตอม จะระเหยเร็ว ให้กลิ่นสะอาดฟุ้งกระจายในตอนต้น

2. Heart (Middle) Notes: Esters และ Aldehydes (สายยาว)

กลุ่มนี้มีโมเลกุลขนาดกลาง ระเหยปานกลาง เป็นเนื้อหาหลักของน้ำหอม

  • Esters: (เช่น Benzyl Acetate ในดอกมะลิ) จะเริ่มแสดงกลิ่นชัดเจนหลังจาก Top Note เริ่มจางลง
  • Aldehydes บางชนิด: ที่มีโครงสร้างซับซ้อนขึ้น จะให้กลิ่นดอกไม้ที่นุ่มนวลและอยู่นานกว่ากลุ่มแรก

3. Base Notes: Musks

กลุ่มนี้คือโมเลกุลขนาดใหญ่และหนักที่สุด

  • Musks (เช่น Galaxolide) มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลสูง ระเหยช้ามาก มักจะติดอยู่บนผิวได้นานหลายชั่วโมงจนถึงข้ามวัน และทำหน้าที่เป็นตัวช่วยหน่วงการระเหยของโน้ตตัวอื่นๆ ด้วย

ถ้าจัดกลุ่มตามสินค้าของร้านเรา

Top Notes (กลิ่นเปิด – สดชื่น ระเหยไว)

  • Bergamot – จัดอยู่ใน Top Note
  • Orange – จัดอยู่ใน Top Note
  • Lemon – จัดอยู่ใน Top Note
  • Lime – จัดอยู่ใน Top Note
  • Lemon Grass (ตะไคร้บ้าน) – จัดอยู่ใน Top Note
  • Citronella (ตะไคร้หอม) – จัดอยู่ใน Top Note
  • Eucalyptus – จัดอยู่ใน Top Note
  • Pepper Mint – จัดอยู่ใน Top Note
  • Ocean – จัดอยู่ใน Top Note
  • Aloe Vera – จัดอยู่ใน Top Note
  • Pandan (เตยหอม) – จัดอยู่ใน Top Note
Middle Notes (หัวใจของกลิ่น – นุ่มนวล มีมิติ)
  • Lavender – จัดอยู่ใน Middle Note
  • Rose / Bulgarian Rose – จัดอยู่ใน Middle Note
  • Jasmine / Jasmine Fresh / Jasmine Night Blooming – จัดอยู่ใน Middle Note
  • Orchid / Mok / Cork Tree (ดอกปีบ) / White Lotus / Champaka – จัดอยู่ใน Middle Note
  • Sakura / Lilac / Tulip / Lilly / Rachawadee / Chankrapho / Orange Jasmine – จัดอยู่ใน Middle Note
  • Peach / Cherry Pink / Mango / Banana / Mixed Fruit / Hami Melon / Passion Fruit – จัดอยู่ใน Middle Note
  • Tea Tree / White Tea / Chamomile – จัดอยู่ใน Middle Note
  • Ginger – จัดอยู่ใน Middle Note
Base Notes (ฐานของกลิ่น – ติดทน หนักแน่น)
  • Sandal Wood (ไม้จันทน์) – จัดอยู่ใน Base Note
  • Ylang Ylang (กระดังงา) – จัดอยู่ใน Base Note (ก้ำกึ่ง Middle แต่ช่วยตรึงกลิ่นได้ดี)
  • Cinnamon (อบเชย) – จัดอยู่ใน Base Note
  • Clove (กานพลู) – จัดอยู่ใน Base Note
  • Black Coffee – จัดอยู่ใน Base Note
  • Black Jasmine Rice / Milk Rice / Fresh Milk – จัดอยู่ใน Base Note
  • Coconut – จัดอยู่ใน Base Note

สัดส่วนของกลิ่นในพีระมิต

พอเราสามารถจัดประเภทของกลิ่นในพีระมิตได้แล้ว เราก็สามารถเลือกกลิ่นมาผสมกันเพื่อให้เกิดมิติมากขึ้น โดยเบื้องต้นแล้ว ก็จะเลือก

Top Notes 3 กลิ่น Middle Notes 2 กลิ่น และ Base Note 1 กลิ่น

 ติดต่อสั่งซื้อสินค้าเลือกซื้อ

สนใจติดต่อ เวิลด์เคมีคอล กรุ๊ป ผู้นําด้านการจําหน่ายและนำเข้า สารเคมีภัณฑ์ เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ และ ขนาดย่อม ประเภท เคมีอุตสาหกรรม เคมีทําความสะอาด เคมีสระว่ายน้ำ เคมีบำบัดน้ำ เคมีงานปั้น-งานหล่อ เคมีอาหาร กลิ่น สารสกัด สี น้ำหอม เคมีเครื่องสำอาง อาทิ กลีเซอรีน โซดาไฟเกล็ด โซเดียมเมต้าไบซัลไฟต์ เอทิลแอลกอฮอล์ ฯลฯ สารพัดด้านเคมี เวิลด์เคมิคอล กรุ๊ป พร้อมให้บริการและให้ปรึกษากับลูกค้าทุกท่าน

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Line ID : @worldchemical
Facebook : https://www.facebook.com/chemical.chiangmai
เว็บไซต์ : www.worldchemical.co.th
โทร : 053 204 446-7

Writer Picture - Jirakit Pawnsakunrungrot

Jirakit Pawnsakunrungrot

Technical SEO Specialist, Web Developer, Self-taught chemist