สารลดแรงตึงผิว คืออะไร? แต่ละชนิดต่างกันอย่างไร
สารลดแรงตึงผิว เลือกให้ถูก ผลิตภัณฑ์ทำงานได้ตรงจุด
หลายสูตรผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยน้ำและสารอื่น ๆ ที่โดยธรรมชาติไม่สามารถเข้ากันได้ดี เช่น น้ำมัน น้ำหอม คราบไขมัน หรือสิ่งสกปรกที่เกาะอยู่บนพื้นผิว
นี่คือจุดที่ สารลดแรงตึงผิว หรือ Surfactant เข้ามามีบทบาท
สารลดแรงตึงผิวสามารถช่วยให้น้ำสัมผัสพื้นผิวได้ดีขึ้น ช่วยกระจายคราบน้ำมัน ช่วยประสานน้ำกับน้ำมัน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ในหลายด้าน
แต่สารลดแรงตึงผิวแต่ละชนิดไม่ได้ทำงานเหมือนกัน
ตัวอย่างสารที่พบในการออกแบบผลิตภัณฑ์ เช่น
- NP9 – เด่นด้าน Wetting และการจัดการคราบน้ำมัน
- Tween 20 – เด่นด้านการช่วยประสานน้ำ น้ำหอม และน้ำมัน
- CDE – นิยมใช้ช่วยเสริมฟองและปรับเนื้อผลิตภัณฑ์
- AD25 – เด่นด้านการเป็นสารทำความสะอาดหลักและสร้างฟองในสูตร
ดังนั้นก่อนเลือกซื้อ สิ่งสำคัญไม่ใช่การถามว่า
“สารลดแรงตึงผิวตัวไหนดีที่สุด?”
แต่ควรถามว่า
“ต้องการให้สารลดแรงตึงผิวทำหน้าที่อะไรในผลิตภัณฑ์?”
สารลดแรงตึงผิวคืออะไร?
สารลดแรงตึงผิว หรือ Surfactant ย่อมาจาก Surface Active Agent คือสารที่สามารถเข้าไปลดแรงตึงระหว่างพื้นผิวหรือระหว่างของเหลวสองชนิด
โมเลกุลของสารลดแรงตึงผิวโดยทั่วไปประกอบด้วยสองส่วนสำคัญ
ส่วนที่ชอบน้ำ — Hydrophilic
สามารถสัมพันธ์กับน้ำได้ดี
ส่วนที่ชอบน้ำมัน — Lipophilic หรือ Hydrophobic
สามารถสัมพันธ์กับน้ำมัน ไขมัน หรือสารที่ไม่ชอบน้ำ
โครงสร้างสองด้านนี้ทำให้สารลดแรงตึงผิวทำหน้าที่เหมือน “ตัวกลาง” ระหว่างน้ำกับสารที่ปกติไม่สามารถเข้ากับน้ำได้ดี
จึงนำไปใช้ได้หลากหลาย เช่น
- น้ำยาทำความสะอาด
- น้ำยาขจัดคราบน้ำมัน
- น้ำยาล้างพื้น
- น้ำยาล้างเครื่องจักร
- เครื่องสำอาง
- สกินแคร์
- ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอม
- ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
- ผลิตภัณฑ์อิมัลชัน
สารลดแรงตึงผิวทำงานอย่างไร?
ลองนึกภาพหยดน้ำบนพื้นผิวที่มีคราบมัน
น้ำธรรมดาจะไม่สามารถกระจายหรือแทรกเข้าไปในคราบน้ำมันได้ดี เพราะน้ำกับน้ำมันมีสมบัติแตกต่างกัน
เมื่อเติมสารลดแรงตึงผิว โมเลกุลของสารจะจัดตัวอยู่บริเวณรอยต่อ
ด้านที่ชอบน้ำ → หันเข้าหาน้ำ
ด้านที่ชอบน้ำมัน → หันเข้าหาน้ำมันหรือคราบไขมัน

จึงช่วยให้คราบน้ำมันสามารถหลุด กระจาย หรือถูกพาออกจากพื้นผิวได้ง่ายขึ้น
แต่การทำงานของ Surfactant ไม่ได้มีเพียงการล้างคราบ
สารแต่ละชนิดอาจถูกออกแบบมาเพื่อ
- Wetting
- Detergency
- Emulsifying
- Solubilizing
- Dispersing
- Foaming
- Foam Stabilizing
Wetting, Emulsifying และ Solubilizing ต่างกันอย่างไร?
3 คำนี้ พบได้บ่อยมากเมื่อเลือกสารลดแรงตึงผิว
Wetting – ช่วยให้ของเหลวเปียกพื้นผิวได้ดีขึ้น
ถ้าหยดน้ำลงบนพื้นผิวบางชนิด น้ำอาจเกาะเป็นหยด
สาร Wetting Agent จะช่วยให้น้ำแผ่กระจายออก
จึงมีประโยชน์ใน
- น้ำยาทำความสะอาด
- น้ำยาล้างพื้น
- น้ำยาล้างเครื่องจักร
- งานเคลือบ
- งานอุตสาหกรรม
NP9 เป็นตัวอย่างสารที่นิยมใช้ในงานที่ต้องการ Wetting
Emulsifying – ช่วยให้น้ำกับน้ำมันกระจายตัวอยู่ร่วมกัน
น้ำกับน้ำมันตามธรรมชาติไม่เข้ากัน
Emulsifier ช่วยให้เฟสหนึ่งแตกเป็นหยดเล็ก ๆ และกระจายอยู่ในอีกเฟสหนึ่ง
ตัวอย่างเช่น
น้ำ + น้ำมัน + Emulsifier
สามารถสร้างระบบที่มีความสม่ำเสมอมากกว่าการผสมน้ำกับน้ำมันตรง ๆ
Tween 20 เป็นสารที่นิยมใช้ในบทบาทนี้
Solubilizing – ช่วยนำสารน้ำมันปริมาณเล็กน้อยเข้าสู่สูตรน้ำ
มักพบในผลิตภัณฑ์ที่ต้องการใส่
- น้ำหอม
- Essential Oil
- สารที่ละลายในน้ำมัน
ลงในสูตรน้ำ
Solubilizer ช่วยให้สารเหล่านี้กระจายตัวละเอียดมากขึ้นในระบบน้ำ
Tween 20 จึงนิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เช่นกัน
NP9 คืออะไร?
NP9 หรือ Nonylphenol Ethoxylate 9 เป็นสารลดแรงตึงผิวประเภท Nonionic Surfactant
คำว่า Nonionic หมายถึงสารลดแรงตึงผิวที่ไม่มีประจุสุทธิบนส่วน Hydrophilic

NP9 มีจุดเด่นด้าน
- Wetting
- Detergency
- Degreasing
- Emulsifying
- ช่วยให้น้ำเข้าถึงคราบไขมันได้ดีขึ้น
จึงนิยมพบในงานทำความสะอาดและงานอุตสาหกรรม
NP9 เหมาะกับงานอะไร?
ถ้าโจทย์ของผลิตภัณฑ์คือ
“ต้องจัดการกับคราบน้ำมันหรือไขมัน”
NP9 เป็นหนึ่งในสารที่ควรนำมาพิจารณา
ตัวอย่างงาน เช่น
น้ำยาขจัดคราบไขมัน
ช่วยให้สูตรสัมผัสและจัดการคราบน้ำมันได้ดีขึ้น
น้ำยาล้างพื้น
โดยเฉพาะพื้นโรงงานหรือพื้นที่ที่มีคราบไขมัน
น้ำยาล้างเครื่องจักร
ช่วยในการ Wetting และการกระจายคราบน้ำมัน
Industrial Degreaser
ใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบสารลดแรงตึงผิวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้าน Degreasing
น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์
สามารถใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกับคราบมัน
NP9 = Wetting + ขจัดคราบมัน
ถ้าลูกค้าบอกว่า
“ต้องการทำน้ำยาสำหรับคราบน้ำมัน”
NP9 จะตรงโจทย์มากกว่า Tween 20
Tween 20 คืออะไร?
Tween 20 หรือ Polysorbate 20 เป็นสารลดแรงตึงผิวประเภท Nonionic Surfactant

มีคุณสมบัติเด่นด้าน
- Emulsifying
- Solubilizing
- ช่วยน้ำกับน้ำมันเข้ากัน
- ช่วยกระจายน้ำหอมในสูตรน้ำ
- ช่วยกระจาย Essential Oil ในบางระบบ
Tween 20 จึงมีบุคลิกการใช้งานต่างจาก NP9 อย่างชัดเจน
Tween 20 เหมาะกับงานอะไร?
ตัวอย่างเช่น
สูตรน้ำที่มีน้ำหอม
ปัญหาที่พบบ่อยคือ
น้ำ + น้ำหอม → ลอยหน้า / แยกชั้น
Tween 20 สามารถช่วยกระจายน้ำหอมเข้าสู่ระบบน้ำได้ดีขึ้น
Room Spray
สูตรสเปรย์ที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบหลักและต้องการเติมน้ำหอม อาจใช้ Solubilizer เพื่อช่วยการกระจายตัว
เครื่องสำอางและ Personal Care
Tween 20 มีการใช้ในสูตรเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลหลายประเภท
Essential Oil ในระบบน้ำ
น้ำมันหอมระเหยไม่ละลายน้ำโดยตรง
การใช้ Solubilizer ที่เหมาะสมช่วยให้กระจายตัวในระบบได้ดีขึ้น
Tween 20 = ช่วยน้ำ + น้ำมัน/น้ำหอมเข้ากัน
CDE คืออะไร?
CDE หรือ Cocamide DEA เป็นสารที่นิยมใช้ร่วมกับระบบสารลดแรงตึงผิว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ต้องการฟองและความหนืด

บทบาทที่พบได้บ่อยคือ
- Foam Booster
- Foam Stabilizer
- ช่วยปรับความหนืด
- ช่วยปรับเนื้อผลิตภัณฑ์
- ช่วยในระบบ Emulsification บางประเภท
ดังนั้น CDE มีหน้าที่ต่างจาก NP9 และ Tween 20
CDE เหมาะกับงานอะไร?
CDE มักถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ เช่น
- น้ำยาล้างจาน
- สบู่เหลว
- แชมพู
- น้ำยาล้างมือ
- น้ำยาทำความสะอาดที่ต้องการฟอง
แต่โดยทั่วไปจะใช้เป็น สารช่วยในระบบสูตร มากกว่าจะเลือกเป็นสารหลักเพียงตัวเดียว
ตัวอย่างแนวคิดคือ
Surfactant หลัก
↓
สร้างการชะล้างและฟอง
CDE
↓
ช่วยเสริมฟองและปรับความหนืด
CDE = เสริมฟอง + ช่วยเพิ่มความหนืด
AD25 คืออะไร?
AD25 หรือ Ammonium Lauryl Sulfate (ALS) เป็นสารลดแรงตึงผิวประเภท Anionic Surfactant มีจุดเด่นด้านการชำระล้างและการสร้างฟอง จึงนิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ต้องการทั้งความสะอาดและฟอง เช่น แชมพู สบู่เหลว น้ำยาล้างมือ และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบางชนิด

จุดเด่นของ AD25 คือช่วยให้สิ่งสกปรกและคราบมันหลุดออกจากพื้นผิวได้ง่ายขึ้น พร้อมสร้างฟองได้ดี จึงเหมาะสำหรับใช้เป็น สารลดแรงตึงผิวหลัก (Primary Surfactant) ในสูตรที่เน้นการชำระล้าง
จำง่าย ๆ คือ
AD25 = ชำระล้าง + สร้างฟอง
NP9 กับ Tween 20 ต่างกันอย่างไร?
นี่เป็นคู่ที่หลายคนสับสน เพราะทั้งสองตัวเป็น Nonionic Surfactant
แต่หน้าที่หลักต่างกัน หากเป็นคราบน้ำมัน
เช่น
- น้ำมันเครื่อง
- จาระบี
- คราบไขมันบนพื้น
- คราบมันบนเครื่องจักร
ให้มองไปที่
NP9 เพราะเด่นด้าน Wetting + Degreasing + Detergency
หากเป็นน้ำมันหรือน้ำหอมที่ต้องการใส่ลงในน้ำ
เช่น
- น้ำหอมใน Room Spray
- Essential Oil
- น้ำมันในเครื่องสำอางสูตรน้ำ
ให้มองไปที่
Tween 20 เพราะเด่นด้าน Solubilizing + Emulsifying
แล้ว CDE อยู่ตรงไหน?
CDE ไม่ได้แข่งขันกับ NP9 หรือ Tween 20 โดยตรง
เพราะโจทย์หลักของ CDE คือ “ช่วยให้ระบบฟองและเนื้อผลิตภัณฑ์ดีขึ้น”
ดังนั้น วิธีที่แยก
NP9 → จัดการคราบ
Tween 20 → จัดการน้ำกับน้ำมัน
CDE → จัดการฟองและความหนืด
AD25 → ชำระล้างและสร้างฟอง (สารลดแรงตึงผิวหลัก)
วิธีเลือกสารลดแรงตึงผิวสำหรับออกแบบผลิตภัณฑ์
ก่อนเลือกสาร ให้ถามก่อนว่าปัญหาหลักของสูตรคืออะไร
ขจัดคราบมัน → NP9
เพิ่ม Wetting → NP9
ต้องการผสมน้ำหอมลงในน้ำ → Tween 20
ต้องการผสม Essential Oil ในสูตรน้ำ → Tween 20
ต้องการทำ Emulsion → Tween 20 หรือ Emulsifier ที่มี HLB เหมาะกับ Oil Phase
ต้องการให้ผลิตภัณฑ์ฟองแน่นขึ้น → CDE
ต้องการช่วยเพิ่มความหนืดในระบบ Surfactant → CDE
ต้องการสารทำความสะอาดหลักและสร้างฟอง → AD25
ตารางเลือกตามการใช้งาน
| ต้องการทำอะไร | สารที่ควรพิจารณา |
|---|---|
| ขจัดคราบน้ำมัน | NP9 |
| เพิ่ม Wetting | NP9 |
| น้ำยาล้างเครื่องจักร | NP9 |
| Industrial Degreaser | NP9 |
| ประสานน้ำกับน้ำมัน | Tween 20 |
| กระจายน้ำหอมในสูตรน้ำ | Tween 20 |
| กระจาย Essential Oil | Tween 20 |
| เครื่องสำอางสูตรน้ำมันในน้ำ | Tween 20 |
| เสริมฟอง | CDE |
| เพิ่มความคงตัวของฟอง | CDE |
| ช่วยเพิ่มความหนืด | CDE |
| สารทำความสะอาดหลัก / ฟอง | AD25 |
อัตราการใช้สารลดแรงตึงผิวควรใช้เท่าไร?
ไม่มีอัตราส่วนเดียวที่สามารถใช้กับทุกสูตรได้
เนื่องจากต้องพิจารณา
- ความเข้มข้นของวัตถุดิบ
- วัตถุดิบอื่นในสูตร
- pH
- ชนิดน้ำมัน
- ปริมาณน้ำหอม
- ชนิดคราบ
- ความต้องการฟอง
- ความหนืด
- ความเสถียร
ดังนั้นการพัฒนาสูตรควรทดลองจากปริมาณต่ำก่อน แล้วค่อยเพิ่ม
Tween 20 ควรทดลองอย่างไร?
สำหรับการ Solubilize น้ำหอม ไม่ควรกำหนดว่า Tween 20 ต้องใช้กี่เปอร์เซ็นต์โดยดูจากน้ำหนักสูตรทั้งหมดเพียงอย่างเดียว
ควรทดลองโดยอ้างอิง อัตราส่วน Tween 20 : น้ำหอม
ตัวอย่างการ Screening
- 1:1
- 2:1
- 3:1
- 4:1
จากนั้นนำส่วนผสมไปเติมในน้ำและตรวจสอบ
- ความใส
- การแยกชั้น
- กลิ่น
- Stability
- การตกตะกอนหลังเก็บ
น้ำหอมแต่ละชนิดมีองค์ประกอบต่างกัน จึงไม่มี Ratio เดียวที่เหมาะกับทุกกลิ่น
ข้อควรระวังในการใช้ NP9
NP9 อยู่ในกลุ่ม Nonylphenol Ethoxylates หรือ NPE
หากพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สำหรับส่งออก ควรตรวจสอบกฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดปลายทาง
เพราะสารกลุ่ม NPE มีข้อจำกัดในการใช้งานในบางประเทศและบางประเภทผลิตภัณฑ์
ดังนั้นต้องพิจารณาทั้ง
Performance + Cost + Regulation
ไม่ควรดูประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว
ข้อควรระวังในการใช้ Tween 20
Tween 20 ไม่สามารถทำให้น้ำมันทุกชนิดละลายในน้ำได้ด้วยอัตราเดียวกัน
ผลขึ้นอยู่กับ
- ชนิดน้ำมัน
- น้ำหอม
- Essential Oil
- อุณหภูมิ
- pH
- Electrolyte
- Surfactant อื่น
จึงต้องทำ Stability Test ก่อนผลิตจริง
ข้อควรระวังในการใช้ CDE
การเพิ่ม CDE มากขึ้นไม่ได้หมายความว่าความหนืดหรือฟองจะเพิ่มขึ้นแบบเส้นตรงเสมอไป
หากใช้ร่วมกับระบบ Surfactant ต้องทดลองดู
- ความหนืด
- ฟอง
- pH
- ความใส
- Salt Response
- Stability
และตรวจสอบข้อกำหนดด้านวัตถุดิบสำหรับประเภทผลิตภัณฑ์ที่จะนำไปใช้ด้วย
คำถามเกี่ยวกับสารลดแรงตึงผิว
1. สารลดแรงตึงผิวคืออะไร?
เป็นสารที่ช่วยลดแรงตึงระหว่างพื้นผิว ทำให้น้ำสามารถกระจายตัว เข้าถึงคราบ หรือช่วยให้น้ำกับน้ำมันอยู่ในระบบเดียวกันได้ดีขึ้น
2. สารลดแรงตึงผิวมีไว้ทำให้เกิดฟองหรือไม่?
ไม่ใช่เพียงอย่างเดียว
สารลดแรงตึงผิวมีหน้าที่ได้ทั้ง Wetting, Cleaning, Emulsifying, Solubilizing และ Dispersing ขึ้นอยู่กับชนิดของสาร
3. NP9 ใช้ทำอะไร?
NP9 เด่นด้าน Wetting, Cleaning และ Degreasing จึงนิยมใช้ในน้ำยาขจัดคราบมันและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอุตสาหกรรม
4. Tween 20 ใช้ทำอะไร?
Tween 20 เด่นด้าน Emulsifying และ Solubilizing เช่น ช่วยกระจายน้ำหอม หรือน้ำมันบางประเภทในสูตรน้ำ
5. NP9 กับ Tween 20 เหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกัน แม้ทั้งสองเป็น Nonionic Surfactant
NP9 เด่นด้าน คราบมันและ Wetting
Tween 20 เด่นด้าน น้ำ + น้ำมัน/น้ำหอม
6. Tween 20 ใช้ขจัดคราบน้ำมันได้ไหม?
มีคุณสมบัติเป็น Surfactant แต่หากเป้าหมายหลักคือการทำ Degreasing งานทำความสะอาด NP9 มักตรงกับหน้าที่มากกว่า
7. CDE เป็นสารลดแรงตึงผิวหรือไม่?
CDE มีคุณสมบัติ Surface Active และนิยมใช้เป็นสารช่วยในระบบ Surfactant โดยเฉพาะเพื่อเสริมฟองและช่วยปรับความหนืด
8. CDE ใช้แทน NP9 ได้ไหม?
ไม่แนะนำ เพราะหน้าที่หลักต่างกัน
NP9 เน้น Wetting และ Degreasing ส่วน CDE เน้นเสริมฟองและช่วยเรื่องความหนืด
9. สารลดแรงตึงผิวควรใส่กี่เปอร์เซ็นต์?
ขึ้นอยู่กับชนิดสาร ผลิตภัณฑ์ และวัตถุดิบอื่นในสูตร ควรดู TDS ของสารแต่ละเกรดและทดลอง Small Batch ก่อน
10. สารลดแรงตึงผิวตัวไหนดีที่สุด?
ไม่มีตัวที่ดีที่สุดสำหรับทุกงาน
ควรเลือกตามหน้าที่ที่ต้องการ เช่น
คราบมัน → NP9
น้ำหอม/น้ำมันในสูตรน้ำ → Tween 20
ฟองและความหนืด → CDE
สรุป วิธีเลือกสารลดแรงตึงผิวให้ตรงกับงาน
การเลือกสารลดแรงตึงผิวไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า ตัวไหนแรงที่สุด แต่ควรเริ่มจากว่า ต้องการแก้ปัญหาอะไรในสูตร
จำง่าย ๆ เพียง 3 ตัว
NP9
เด่นเรื่อง Wetting และขจัดคราบมัน
เหมาะกับงาน Cleaning, Degreaser และงานอุตสาหกรรม
Tween 20
เด่นเรื่องช่วยน้ำกับน้ำมันเข้ากัน
เหมาะกับสูตรน้ำที่มีน้ำหอม Essential Oil หรือ Oil Phase
CDE
เด่นเรื่องเสริมฟองและช่วยเพิ่มความหนืด
เหมาะกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ต้องการปรับ Foam และ Texture
ดังนั้น วิธีเลือกใช้สารลดแรงตึงผิวสำหรับออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่ถูกต้อง คือเริ่มจากกำหนดหน้าที่ของผลิตภัณฑ์ก่อน แล้วจึงเลือกชนิดของ Surfactant ให้ตอบโจทย์ พร้อมทดลอง Compatibility และ Stability ก่อนผลิตในปริมาณมาก
World Chemical มีวัตถุดิบสำหรับการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ทั้งงานทำความสะอาด งานอุตสาหกรรม และงานสูตรน้ำ-น้ำมัน สามารถเลือกสารให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานของแต่ละผลิตภัณฑ์ได้
สนใจติดต่อ เวิลด์เคมีคอล กรุ๊ป ผู้นําด้านการจําหน่ายและนำเข้า สารเคมีภัณฑ์ เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ และ ขนาดย่อม ประเภท เคมีอุตสาหกรรม เคมีทําความสะอาด เคมีสระว่ายน้ำ เคมีบำบัดน้ำ เคมีงานปั้น-งานหล่อ เคมีอาหาร กลิ่น สารสกัด สี น้ำหอม เคมีเครื่องสำอาง อาทิ กลีเซอรีน โซดาไฟเกล็ด โซเดียมเมต้าไบซัลไฟต์ เอทิลแอลกอฮอล์ ฯลฯ สารพัดด้านเคมี เวิลด์เคมิคอล กรุ๊ป พร้อมให้บริการและให้ปรึกษากับลูกค้าทุกท่าน
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Line ID : @worldchemical
Facebook : https://www.facebook.com/chemical.chiangmai
เว็บไซต์ : www.worldchemical.co.th
โทร : 053 204 446-7

