ในบทความนี้จะกล่าวถึงสารเคมีทั่วไปที่เราอาจจะมีที่บ้านที่โรงงานซึ่งเมื่อผสมกันอาจจะเกิดอันตรายร้ายแรงได้ เป็นสารเคมีที่ไม่ควรนำมาผสมกัน จะครอบคลุมตั้งแต่ก๊าซพิษ ไปจนถึงสารประกอบเปอร์ออกไซด์ที่ไวต่อการระเบิด
สารเคมีที่ไม่ควรนำมาผสมกัน เกิดก๊าซพิษ
Trichloroisocyanuric Acid (คลอรีน 90%) และ Sodium Hydroxide (โซดาไฟ)
การผสม TCCA กับ NaOH ทำให้เกิดก๊าซพิษและก๊าซระเบิด โดย TCCA (คลอรีน 90%) เป็นสารประกอบที่มีคลอรีนสูงมาก เมื่อทำปฏิกิริยากับเบสแก่เข้มข้นอย่างโซดาไฟ จะเกิดการสลายตัวอย่างรุนแรง และ ปล่อย ก๊าซคลอรีน (Chlorine gas) ที่เป็นพิษสูงมาก ออกมา ก๊าซนี้อันตรายถึงชีวิตและกัดกร่อนระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้อาจก่อให้เกิดสารไนโตรเจนไตรคลอไรด์ (NCl3) ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะระเบิดได้
Sodium Hypochlorite (คลอรีนน้ำ / สารฟอกขาว) และ Hydrochloric acid (กรดเกลือ)
การผสมโซเดียมไฮโปคลอไรต์ (น้ำยาฟอกขาว) กับกรดไฮโดรคลอริก (น้ำยาล้างห้องน้ำ) จะทำปฏิกิริยากันเกิด ก๊าซคลอรีน (Cl2) ซึ่งเป็นก๊าซพิษร้ายแรงต่อระบบทางเดินหายใจ ดวงตา และผิวหนัง หากสูดดมเข้าไปอาจทำให้เสียชีวิตได้จากภาวะน้ำท่อมปอด
NaClO + 2HCl -> Cl2 + NaCl + H2O จากสมการโซเดียมไฮโปคลอไรที่เป็นเบสจะทำปฏิกิริยากับกรดไฮโดรคลอริก โดยปล่อยก๊าซคลอรีน เกลือแกง (NaCl) และน้ำออกมา ปฏิกิริยานี้จัดเป็น ปฏิกิริยารีดอกซ์ (Redox reaction) เนื่องจากมีการถ่ายโอนอิเล็กตรอนและมีการเปลี่ยนเลขออกซิเดชันของธาตุ โดยคลอรีนใน (NaClO) และ (HCl) เกิดการเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชันและรวมตัวกันกลายเป็นแก๊สคลอรีน (Cl2)
Hydrogen Peroxide และ Hydrochloric acid (กรดเกลือ)
ปฏิกิริยาจะสร้าง ก๊าซคลอรีน (Cl2) ซึ่งมีสีเขียวอมเหลือง ก๊าซนี้มีพิษร้ายแรงต่อระบบทางเดินหายใจ ปฏิกิริยานี้เป็น Redox reaction (ปฏิกิริยารีดอกซ์) เช่นเดียวกัน เมื่อนำสารทั้งสองมาผสมกัน จะเกิดการถ่ายโอนอิเล็กตรอน โดย (H2O2) สามารถทำหน้าที่เป็นทั้งตัวออกซิไดซ์ (รับอิเล็กตรอน) และตัวรีดิวซ์ (ให้อิเล็กตรอน) ดังนี้:
H2O2 ในปฏิกิริยาในสภาวะกรด H2O2 จะถูกรีดิวซ์กลายเป็นน้ำ H2O ในทางกลับกัน H2O2 สามารถออกซิไดซ์คลอไรด์ไอออน (Cl–) จาก HCl ให้กลายเป็นก๊าซคลอรีน (Cl2) ได้
Sodium Hypochlorite (คลอรีนน้ำ / สารฟอกขาว) และสารละลายแอมโมเนีย (Ammonium Hydroxide)
การผสมสารโซเดียมไฮโปคลอไรท์ (สารฟอกขาว/คลอรีน) เข้ากับแอมโมเนีย (NH4OH) จะทำให้เกิดปฏิกิริยากลายเป็น ก๊าซคลอรามีน (Chloramine) ซึ่งเป็นพิษร้ายแรงต่อระบบทางเดินหายใจ ดวงตา และผิวหนังอย่างเฉียบพลัน
แอมโมเนียมคลอไรด์ (NH4Cl) และ Sodium Hydroxide (โซดาไฟ)
การผสมสารทั้งสองตัวนี้ (โดยเฉพาะเมื่อมีความเข้มข้นสูง) จะเกิดปฏิกิริยาคายความร้อนอย่างรวดเร็ว เร่งให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างแอมโมเนียมคลอไรด์ (NH4Cl) และโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) ให้เกิดปฏิกิริยาการแทนที่คู่ (Double replacement/displacement reaction) หรือที่เรียกอีกอย่างว่าปฏิกิริยากรด-เบส และได้ ก๊าซแอมโมเนีย (NH3) ซึ่งเป็นก๊าซพิษที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง กลิ่นฉุนจัด และระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจอย่างหนัก
Nitric Acid (กรดดินประสิว) และโลหะ เช่น ทองแดง (Copper) เหล็ก (Iron) และโลหะอื่น ๆ
ปฏิกิริยานี้จะปล่อย ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ออกมา ซึ่งเป็นก๊าซที่มีกลิ่นฉุน เป็นพิษร้ายแรงมาก หากสูดดมเข้าไปจะระคายเคืองทางเดินหายใจอย่างรุนแรง ปอดอักเสบ และอาจเสียชีวิตได้
กำมะถัน (Sulfur) และ Hydrochloric acid (กรดเกลือ)
การผสมกรดไฮโดรคลอริก (กรดเกลือ) เข้ากับซัลเฟอร์ (กำมะถัน) ถือเป็น อันตรายอย่างยิ่ง เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาเคมีที่ปลดปล่อย ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen sulfide – H2S) ซึ่งเป็นก๊าซพิษร้ายแรงที่มีกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงคล้ายไข่เน่า ส่งผลเสียต่อระบบประสาทและทางเดินหายใจ แม้ปริมาณเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตา ลำคอ และระบบทางเดินหายใจ การได้รับก๊าซนี้ในปริมาณสูงหรือในที่อับอากาศมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน หมดสติ และส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อระบบการทำงานของร่างกายจนถึงขั้นวิกฤต
สารเคมีที่ไม่ควรนำมาผสมกัน เกิดสารที่ไวต่อการระเบิด
Methyl Ethyl Ketone และ Hydrogen Peroxide
เมื่อสารคีโตน (Ketone) และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ทำปฏิกิริยากัน จะเกิดสาร MEKP : Methyl Ethyl Ketone Peroxide (สารเร่งแข็งสำหรับงานไฟเบอร์กลาส) ซึ่งเป็น Peroxide ที่อันตรายและติดไฟง่ายมาก สารนี้กัดกร่อนผิวหนังและดวงตาอย่างรุนแรง ไอระเหยอาจก่อให้เกิดการระเบิดได้เมื่อถูกความร้อน
Diethyl ether และ Hydrogen Peroxide
การผสมหรือเก็บ Diethyl ether ร่วมกับ Hydrogen peroxide ถือเป็นเรื่องที่ อันตรายอย่างยิ่ง (Extremely Dangerous) เนื่องจากสารทั้งสองทำปฏิกิริยากันได้ง่าย ส่งผลให้เกิดสารประกอบเปอร์ออกไซด์ที่ไวต่อการกระแทกและสามารถระเบิดได้อย่างรุนแรง
Diethyl ether เป็นสารกลุ่มที่เกิดเปอร์ออกไซด์ได้ง่ายมาก (Class B Peroxide Former) เมื่อสัมผัสกับอากาศ แสง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทำปฏิกิริยากับสารออกซิไดซ์อย่าง Hydrogen peroxide
สารไดเอทิลอีเทอร์เปอร์ออกไซด์ (Diethyl ether hydroperoxide) ที่เกิดขึ้นจากการทำปฏิกิริยา มีความไวต่อความร้อน แสง และแรงเสียดทาน (Shock-sensitive) ในระดับสูง
เมื่อสารระเหยแห้งหรือถูกทำให้เข้มข้นขึ้น (เช่น การต้มกลั่น หรือการระเหยสารด้วยเครื่อง Rotary evaporator) ผลึกเปอร์ออกไซด์ที่ตกค้างอาจระเบิดได้อย่างรุนแรง แม้กระทั่งการเปิดฝาขวดก็อาจทำให้เกิดการระเบิดได้
Acetone (น้ำยาล้างเล็บ) และ Hydrogen Peroxide
ปฏิกิริยาระหว่างสองสารนี้จะเกิดสารประกอบเปอร์ออกไซด์อินทรีย์ที่เรียกว่า อะซิโตนเปอร์ออกไซด์ (Acetone Peroxide หรือ APEX) เป็นวัตถุระเบิดหลักที่มีความไวสูงมาก ต่อความร้อน การเสียดสี หรือแม้แต่แรงกระแทกเพียงเล็กน้อย
ก๊าซพิษอันตรายแค่ไหน ?
ก๊าซพิษ เช่น ก๊าซคลอรีน และ แอมโมเนีย (Ammonia) จัดเป็นสารเคมีที่มีพิษและกัดกร่อนสูง การสูดดมแม้เพียงเล็กน้อยอาจทำให้ระคายเคืองตาและทางเดินหายใจ ในขณะที่การได้รับในปริมาณมากหรือความเข้มข้นสูงสามารถทำให้เกิดภาวะปอดบวม น้ำท่วมปอด และเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้อย่างรวดเร็ว
ก๊าซคลอรีนมีลักษณะเป็นสีเขียวอมเหลืองและมีกลิ่นฉุนรุนแรง ระดับความรุนแรงของอันตรายจะเพิ่มขึ้นตามความเข้มข้นและระยะเวลาที่ได้รับสาร ดังนี้:
ความเข้มข้นต่ำ: เริ่มได้กลิ่นฉุนและเกิดการระคายเคือง เช่น แสบตา แสบจมูก และคอ
ความเข้มข้นปานกลาง: ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้ไออย่างรุนแรง แน่นหน้าอก และหายใจลำบาก
ความเข้มข้นสูง: ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อเนื้อเยื่อปอด และอาจทำให้ระบบหายใจล้มเหลว
ทำไมเปอร์ออกไซด์ถึงระเบิด ?
เปอร์ออกไซด์ระเบิดได้เนื่องจากโครงสร้างโมเลกุลมีพันธะ ออกซิเจน-ออกซิเจน (O-O) ที่อ่อนแอมาก ทำให้มันไม่เสถียรและสลายตัวได้ง่าย เมื่อสลายตัวจะคายความร้อนสูงและปล่อยก๊าซออกซิเจนออกมาอย่างรวดเร็วจนเกิดแรงดันมหาศาล ทำให้เกิดการระเบิดได้
สนใจติดต่อ เวิลด์เคมีคอล กรุ๊ป ผู้นําด้านการจําหน่ายและนำเข้า สารเคมีภัณฑ์ เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ และ ขนาดย่อม ประเภท เคมีอุตสาหกรรม เคมีทําความสะอาด เคมีสระว่ายน้ำ เคมีบำบัดน้ำ เคมีงานปั้น-งานหล่อ เคมีอาหาร กลิ่น สารสกัด สี น้ำหอม เคมีเครื่องสำอาง อาทิ กลีเซอรีน โซดาไฟเกล็ด โซเดียมเมต้าไบซัลไฟต์ เอทิลแอลกอฮอล์ ฯลฯ สารพัดด้านเคมี เวิลด์เคมิคอล กรุ๊ป พร้อมให้บริการและให้ปรึกษากับลูกค้าทุกท่าน
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Line ID : @worldchemical
Facebook : https://www.facebook.com/chemical.chiangmai
เว็บไซต์ : www.worldchemical.co.th
โทร : 053 204 446-7
Jirakit Pawnsakunrungrot
Technical SEO Specialist, Web Developer, Self-taught chemist

