การทำอาหารเลี้ยงเชื้อชนิดต่าง ๆ

การเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อ หรือ การเตรียม growth medium/culture medium คือ การเตรียมสารปรุงแต่งที่มีการผสมผสานสารอาหารหลักและสารอาหารรองในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อใช้ในการเพาะเลี้ยง (Cultivation), การคัดแยก (Isolation), หรือการเก็บรักษาจุลินทรีย์ ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย ยีสต์ หรือรา

ในการศึกษาสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่กล้องจุลทรรศน์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ ‘อาหาร’ ที่ใช้หล่อเลี้ยงชีวิตเหล่านั้น การทำอาหารเลี้ยงเชื้อ (Culture Media) จึงเปรียบเสมือนการปรุงอาหารในครัวที่ต้องใช้ความแม่นยำและความสะอาดระดับสูงสุด เพื่อให้จุลินทรีย์ที่เราต้องการศึกษาเติบโตได้อย่างสมบูรณ์

ประเภทของอาหารเลี้ยงเชื้อ

อาหารเลี้ยงเชื้อมีทั้ง แบบแข็ง (Agar), แบบกึ่งแข็ง และแบบเหลว (Broth) ซึ่งการเลือกใช้ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการเพาะเชื้อ การเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อแบบแข็ง หรือวุ้น (Agar) จะใช้เมื่อต้องการ “แยกเชื้อบริสุทธิ์” (Isolation) เพื่อให้ได้เชื้อเพียงชนิดเดียว หรือ ต้องการนับจำนวนจุลินทรีย์ (Plate Count) หรือใช้ดูลักษณะเฉพาะตัวของเชื้อ (Morphology) เช่น สี รูปร่าง ขอบของคอลอนี ซึ่งใช้ระบุชนิดเชื้อได้ รวมถึงใช้ในการเก็บรักษาเชื้อ (Preservation) โดยการทำ Agar Slant (วุ้นเอียง)

การเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อแบบเหลว (Broth) จะใช้เมื่อต้องการเพาะเชื้อเป็นจำนวนมาก ส่วนการเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อแบบกึ่งแข็ง (Semi-solid Media) จะใช้เพื่อสังเกตการเคลื่อนที่ (Motility) ของเชื้อ

อาหารเลี้ยงเชื้อที่เหมาะสมสำหรับเชื้อต่าง ๆ

1. กลุ่มเชื้อรา และ ยีสต์ (Fungi & Yeasts)

กลุ่มนี้ชอบอาหารที่มี คาร์โบไฮเดรต (น้ำตาล) สูง และมักมีความเป็นกรดอ่อนๆ (pH ประมาณ 5.6) เพื่อยับยั้งแบคทีเรียบางชนิด

  • PDA (Potato Dextrose Agar): * ทำจาก: มันฝรั่ง และน้ำตาลเด็กซ์โตรส (น้ำตาลทางด่วน)

    • เหมาะสำหรับ: เชื้อราและยีสต์ทั่วไป เป็นอาหารมาตรฐานที่ใช้ในห้องแล็บพืชและอุตสาหกรรมอาหาร

  • MEA (Malt Extract Agar):

    • ทำจาก: สารสกัดจากข้าวมอลต์

    • เหมาะสำหรับ: เชื้อราสายพันธุ์ที่เน้นการสร้างสปอร์ หรือราที่พบในสิ่งแวดล้อมและไม้

  • SDA (Sabouraud Dextrose Agar):

    • เหมาะสำหรับ: เชื้อราที่ก่อโรคในคนและสัตว์ (Medical Mycology) เช่น เชื้อราที่ผิวหนัง

2. กลุ่มแบคทีเรียทั่วไป (General Bacteria)

แบคทีเรียส่วนใหญ่ชอบอาหารที่มี โปรตีนและกรดอะมิโน และค่า pH ที่เป็นกลาง (pH 7.0)

  • NA (Nutrient Agar): * ทำจาก: สารสกัดจากเนื้อ (Beef Extract) และ Peptone

    • เหมาะสำหรับ: แบคทีเรียพื้นฐานที่ไม่ “เลือกกิน” (Non-fastidious bacteria) นิยมใช้สอนนักเรียนหรือเพาะเชื้อทั่วไป

  • TSA (Tryptic Soy Agar):

    • เหมาะสำหรับ: แบคทีเรียหลากหลายชนิดกว่า NA มักใช้ในงานอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง

  • LB (Luria-Bertani Broth/Agar):

    • เหมาะสำหรับ: การเพาะเลี้ยงแบคทีเรีย E. coli ในงานด้านพันธุวิศวกรรมและชีววิทยาโมเลกุล

3. กลุ่มเฉพาะเจาะจง (Selective & Differential Media)

อาหารกลุ่มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ “เลือก” ให้เชื้อบางชนิดโต และ “ฆ่า” หรือ “ยับยั้ง” เชื้อตัวอื่นที่ไม่ต้องการ

  • EMB (Eosin Methylene Blue Agar):

    • เหมาะสำหรับ: แยกกลุ่มแบคทีเรียแกรมลบ โดยเฉพาะ E. coli (จะขึ้นเป็นคอลอนีสีเขียวแวววาวเหมือนปีกแมลงทับ)

  • MacConkey Agar:

    • เหมาะสำหรับ: แยกแบคทีเรียในลำไส้ (Enteric bacteria) สามารถบอกได้ว่าเชื้อนั้นย่อยน้ำตาลแลคโตสได้หรือไม่ (ถ้าได้จะเป็นสีชมพูเข้ม)

  • Blood Agar (วุ้นเลือด):

    • เหมาะสำหรับ: เชื้อที่โตยากและชอบสารอาหารสูง เช่น แบคทีเรียก่อโรคเจ็บคอ (Streptococcus) ใช้ดูลักษณะการทำลายเม็ดเลือดแดงได้ด้วย

อาหารเลี้ยงเชื้อที่ทำได้ง่ายมีอะไรบ้าง ?

PDA ฉบับบ้านๆ (Potato Dextrose Agar)

เหมาะสำหรับ: เชื้อรา, ยีสต์, และเนื้อเยื่อเห็ด

  • มันฝรั่ง (ปอกเปลือกแล้วหั่นเต๋า): 200 กรัม (ให้แหล่งคาร์โบไฮเดรตและวิตามิน)

  • น้ำตาลทรายขาว: 20 กรัม (ถ้าเป็น “ดีเทรสโตรส” หรือ “น้ำตาลทางด่วน” จะดีกว่า)

  • วุ้นผง (ตราโทรศัพท์หรือวุ้นทำขนมทั่วไปที่ไม่ผสมสี/กลิ่น): 15-20 กรัม

  • น้ำสะอาด: 1 ลิตร

สูตรที่ 2: สูตรน้ำต้มข้าว/รำข้าว (Rice Bran Agar)

เหมาะสำหรับ: เชื้อราและแบคทีเรียบางชนิด

  • รำข้าวละเอียด: 50 กรัม (หรือใช้น้ำซาวข้าวเข้มข้นแทนได้)

  • น้ำตาลทราย: 20 กรัม

  • วุ้นผง: 15-20 กรัม

  • น้ำสะอาด: 1 ลิตร

2. การนึ่งฆ่าเชื้อ (Sterilization) และสัดส่วน Volume

นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าฆ่าเชื้อไม่สมบูรณ์ อาหารจะเน่าจากเชื้อในอากาศทันทีครับ

มาตรฐานการนึ่ง (Standard Parameters)

ในห้องแล็บจะใช้เครื่อง Autoclave แต่ถ้าทำที่บ้านสามารถใช้ หม้ออัดแรงดัน (Pressure Cooker) แทนได้ครับ

  • อุณหภูมิ: 121 องศาเซลเซียส (หรือแรงดัน 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว / 15 PSI)

  • เวลา: 15 – 20 นาที (เริ่มนับเวลาเมื่อแรงดันถึง 15 PSI แล้วเท่านั้น)

อาการบ้าใย (Overlay) ของเชื้อรา

อาการบ้าใย (Overlay) เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่น่าสนใจ ส่วนใหญ่เกิดจากอาหารเข้มข้นเกินไป ลักษณะที่จะเจอคือ เส้นใยไม่ขยายออกทางกว้าง (ไม่เดินไปที่ขอบจาน) แต่จะฟูหนาขึ้นมาเป็นก้อนนูนตรงกลางแทน เมื่ออาหารเข้มข้นจัด (High Osmotic Pressure) เส้นใยจะแผ่ขยายออกไปในแนวราบลำบาก เพราะปลายเส้นใยจะสูญเสียน้ำให้กับอาหารที่เค็มหรือหวานเกินไป พอมันเดินออกข้างไม่ได้ แต่มันยังมีพลังงานจากการกินอาหารอยู่ มันจึงเลือก “โตในแนวดิ่ง” แทนครับ เส้นใยจะสานทับถมกันจนกลายเป็นปุยสำลีขาวๆ นูนขึ้นมาเหนือผิววุ้น ทำให้เกิดปัญหา คือ

  • เชื้อแก่เร็ว (Early Aging): การที่มันนูนและอัดแน่นอยู่กับที่ ทำให้เกิดการสะสมของเสียจากกระบวนการเมตาบอลิซึมสูงมาก เชื้อจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือเหลืองเร็วกว่าปกติ

  • นำไปใช้ต่อยาก: เวลาเราจะตัดเอาชิ้นวุ้นไปขยายต่อ (Subculture) ก้อนที่นูนหนาจะเหนียวและตัดยาก แถมเชื้อข้างในอาจจะอ่อนแอลงเพราะ “อ้วน” แต่ไม่แข็งแรง

วิธีแก้ไขปัญหาคือการทำอาหารเลี้ยงเชื้อใหม่ให้เจือจางลง โดยอาจจะลดปริมาณอาหารลงครึ่งหนึ่งจากเดิม จากนั้นพยายามหาจุดที่เส้นใยดู “บางที่สุด” หรือส่วนที่อยู่นอกสุดของก้อนนูนของเชื้อที่บ้าใย ตัดออกมานิดเดียวพอ (ไม่ต้องเอาส่วนที่นูนหนา) แล้วเอาไปวางในจานใหม่ที่อาหารอ่อนกว่า ถ้าอาหารใหม่เหมาะสม เส้นใยจะเริ่มแผ่ออกทางกว้างเป็นวงกลมภายใน 2-3 วัน

 ติดต่อสั่งซื้อสินค้าเลือกซื้อ

สนใจติดต่อ เวิลด์เคมีคอล กรุ๊ป ผู้นําด้านการจําหน่ายและนำเข้า สารเคมีภัณฑ์ เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ และ ขนาดย่อม ประเภท เคมีอุตสาหกรรม เคมีทําความสะอาด เคมีสระว่ายน้ำ เคมีบำบัดน้ำ เคมีงานปั้น-งานหล่อ เคมีอาหาร กลิ่น สารสกัด สี น้ำหอม เคมีเครื่องสำอาง อาทิ กลีเซอรีน โซดาไฟเกล็ด โซเดียมเมต้าไบซัลไฟต์ เอทิลแอลกอฮอล์ ฯลฯ สารพัดด้านเคมี เวิลด์เคมิคอล กรุ๊ป พร้อมให้บริการและให้ปรึกษากับลูกค้าทุกท่าน

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Line ID : @worldchemical
Facebook : https://www.facebook.com/chemical.chiangmai
เว็บไซต์ : www.worldchemical.co.th
โทร : 053 204 446-7

Writer Picture - Jirakit Pawnsakunrungrot

Jirakit Pawnsakunrungrot

Technical SEO Specialist, Web Developer, Self-taught chemist