สารประกอบไฮดรอกไซด์ (Hydroxides) คืออะไร ?

สารประกอบไฮดรอกไซด์ (Hydroxides) คือ สารประกอบเคมีที่มี ไฮดรอกไซด์ไอออน (OH–) เป็นองค์ประกอบหลัก โดยทั่วไปมักเกิดจากการสร้างพันธะระหว่างไอออนของธาตุโลหะกับหมู่ไฮดรอกซิล มีสมบัติเป็นเบส (สารละลายมีความเป็นด่าง) และสามารถแตกตัวให้ (OH–) เมื่อละลายน้ำ

อะไรทำให้ Hydroxide เป็นเบส ?

ตามหลักเคมี เหตุผลที่ OH– ทำหน้าที่เป็นเบส มีคำอธิบายสั้นๆ 2 ทฤษฎี ดังนี้

1. มีอิเล็กตรอนเหลือเฟือ (ตามทฤษฎีลูอิส)

ตัวให้คู่แอนไอออน: อะตอมออกซิเจนใน OH– มี อิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว (Lone pair electrons) เหลือเฟือถึง 3 คู่

การที่มันมีประจุลบ แสดงว่ามันมีอิเล็กตรอนเกินมา มันจึงไม่หิว แต่พร้อมที่จะ ให้อิเล็กตรอน แก่สารอื่นที่ขาดแคลน (สารที่ให้อิเล็กตรอนเรียกว่า เบส)

ถ้าอย่างนั้น Hydride (H–) ก็เป็นเบส ?

คำตอบคือ ใช่ Hydride ก็เป็นเบสเช่นกันตามทฤษฎีลูอิส แต่มีความแตกต่างคือ Hydride ตัวมันมีขนาดเล็กมากและให้อิเล็กตรอนเก่งกว่า

  • ถ้ามันวิ่งไปจับกับโปรตอน (H+) เราจะเรียกมันว่า เบส
  • แต่ถ้ามันวิ่งเอาอิเล็กตรอนไปโจมตีอะตอมคาร์บอน (C) ในโมเลกุลอื่น เราจะเรียกมันว่า นิวคลีโอไฟล์ (Nucleophile – ตัวชอบประจุบวก)

และ Hydride สามารถทำ Hydrogenation (ปฏิกิริยาการเติมไฮโดรเจน) ได้ ซึ่งคือคุณสมบัติพิเศษที่เด่นมากของ Hydride ซึ่งเบสธรรมดาอย่างไฮดรอกไซด์ (OH–) ทำไม่ได้เหตุผลที่ทำให้ไฮดรายด์ (H–) ทำหน้าที่นี้ได้ แตกต่างจากเบสทั่วไป มีดังนี้

Hydride (H–): เมื่อมันให้อิเล็กตรอนแก่สารตั้งต้น (เช่น พันธะคู่ของคาร์บอน (C=C) หรือ (C=O) สิ่งที่หลุดไปเกาะอยู่ในโมเลกุลคือ อะตอมของไฮโดรเจน (-H) ซึ่งทำให้เกิดโครงสร้างใหม่ที่เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่อิ่มตัวขึ้น

เบสธรรมดา (OH–): เมื่อมันเอาอิเล็กตรอนไปโจมตีสารอื่น สิ่งที่วิ่งเข้าไปเกาะคือ หมู่ไฮดรอกซิล (-OH) ซึ่งกลายสภาพเป็นสารจำพวกแอลกอฮอล์หรือคาร์บอกซิลิก ไม่ใช่การเติมไฮโดรเจน

2. ชอบตะครุบโปรตอน (ตามทฤษฎีเบรินสเตด-ลาวรี)

ตัวรับโปรตอน: ด้วยความที่มีประจุลบเด่นชัด มันจึงดึงดูดประจุบวกได้ดีมาก

สร้างน้ำ: มันจะวิ่งไปจับกับไฮโดรเจนไอออน H+ หรือโปรตอน ที่มีความเป็นกรด เพื่อรวมตัวกันกลายเป็นน้ำ H2O ซึ่งเสถียร (สารที่รับโปรตอนเรียกว่า เบส)

สารประกอบไฮดรอกไซด์ (Hydroxides) มีอะไรบ้าง ?

สารประกอบไฮดรอกไซด์ (Hydroxides) มีหลายชนิดเพราะขึ้นอยู่กับ ธาตุที่จับคู่ด้วย ส่งผลให้มีสมบัติ, การละลายน้ำ, และฤทธิ์เป็นเบสต่างกัน จึงต้องเลือกใช้ให้ตรงกับงาน ตามค่า pKa ซึ่งก็คือตัวชี้วัดความสามารถในการแตกตัวและปล่อยประจุของสารนั้น ๆ

1. โลหะอัลคาไล (หมู่ 1) เช่น NaOH, KOH

แตกตัวเป็นเบสแก่ ละลายน้ำได้ดีมาก คายความร้อนสูง ค่า pH สูง

เหมาะสำหรับงาน: งานปรับสภาพกรดรุนแรง, อุตสาหกรรมสบู่, สารซักฟอก และงานที่ต้องการฤทธิ์กัดกร่อนสูง

2. โลหะอัลคาไลน์เอิร์ท (หมู่ 2) เช่น Ca(OH)2, Mg(OH)2

เป็นเบสแก่ ละลายน้ำได้น้อย (ควบคุมการปล่อยด่างได้ดีกว่า)

เหมาะสำหรับงาน: งานบำบัดน้ำเสีย, ปรับสภาพดินเปรี้ยว, งานก่อสร้าง และยาสามัญประจำบ้าน (เช่น ยาลดกรดเคลือบกระเพาะ)

3. โลหะทรานซิชัน เช่น Fe(OH)3, Cu(OH)2

มีคุณสมบัติคือ เป็นสารที่ไม่ละลายน้ำ และมักมีสีสันเฉพาะตัว

เหมาะสำหรับงาน: งานตกตะกอนในระบบบำบัดน้ำ (Coagulation), อุตสาหกรรมเม็ดสี และงานชุบโลหะ

การพิจารณาจาก pKa

ในการพิจารณาว่าเบสตัวหนึ่งมีความแรงเพียงพอที่จะ สะเทือน (Neutralize) หรือดึงโปรตอนจากกรดชนิดหนึ่งได้สมบูรณ์หรือไม่ เราจะเปรียบเทียบจาก ค่า pKa ของ กรดคู่ (Conjugate Acid) ของเบสนั้น เช่น

กรดอะซิติก (Acetic acid) ซึ่งมีค่า pKa = 4.76

ทางเลือกที่ 1: ใช้โซเดียมไบคาร์บอเนต (NaHCO3) กรดคู่ของเบสนี้คือ กรดคาร์บอนิก (H2CO3) มีค่า pKa = 6.35

ดังนั้น 6.35 – 4.76 = 1.59

ผลลัพธ์: ค่าเป็นบวกแต่ไม่ถึง 3 ปฏิกิริยาเกิดขึ้นได้ปานกลาง เกิดแก๊ส CO2 แต่ละลายกรดไม่ได้สมบูรณ์ 100% ในเชิงปริมาณสารสัมพันธ์

ทางเลือกที่ 2: ใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) กรดคู่ของเบสนี้คือ น้ำ (H2O) มีค่า pKa = 15.7

ดังนั้น 15.7 – 4.76 = 10.94

ผลลัพธ์: ค่าเกิน 3 ไปมาก แปลว่า NaOH แรงมากพอที่จะ สะเทือนกรดอะซิติกได้หมดจดทันที

กรดคู่ หรือ Conjugate Acid คืออะไร ?

Conjugate Acid and Conjugate Base - Chemistry Steps

ขอบคุณรูปภาพจาก: https://general.chemistrysteps.com/conjugate-acid-and-conjugate-base/

อธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ เลย กรดคู่ (Conjugate Acid) คือ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่ เบสได้รับโปรตอน (H+) ไปแล้ว 1 ตัว ตัวอย่างเช่น

น้ำ (H2O) เป็นเบส เมื่อเติม H+ เข้าไปจะกลายเป็น ไฮโดรเนียมไอออน (H3O+) ซึ่งนี่คือกรดคู่ของน้ำ

แอมโมเนีย (NH3) เป็นเบส เมื่อเติม H+ เข้าไป จะกลายเป็น แอมโมเนียไอออน (NH4+) ซึ่งนี่คือกรดคู่ของแอมโมเนีย

ไฮดรอกไซด์ (OH–) เป็นเบส เติม H+ เข้าไป ทำให้ประจุลบหักล้างหายไป กลายเป็น น้ำ (H2O) ทำให้น้ำคือกรดคู่ของไฮดรอกไซด์

ทำไมเราจึงต้องรู้เรื่อง Conjugate Acid ?

เมื่อยิ่งเบสตัวไหนหิวกระหายอยากได้โปรตอนมากๆ (เป็นเบสแก่) พอมันได้โปรตอนเข้าไปแล้ว มันจะไม่ยอมปล่อยออกมาง่ายๆ ทำให้ กรดคู่ของมันจะกลายเป็นกรดที่อ่อนมากๆ (เช่น OH– แย่งโปรตอนเก่งมาก กรดคู่ของมันคือ H2O ซึ่งแทบจะไม่ยอมปล่อยโปรตอนคืนเลย) เราจึงใช้ค่า pKa ของกรดคู่เหล่านี้ มาเป็นมาตรวัดความแรงของเบสตัวแม่นั่นเอง

ติดต่อสั่งซื้อสินค้าเลือกซื้อ

สนใจติดต่อ เวิลด์เคมีคอล กรุ๊ป ผู้นําด้านการจําหน่ายและนำเข้า สารเคมีภัณฑ์ เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ และ ขนาดย่อม ประเภท เคมีอุตสาหกรรม เคมีทําความสะอาด เคมีสระว่ายน้ำ เคมีบำบัดน้ำ เคมีงานปั้น-งานหล่อ เคมีอาหาร กลิ่น สารสกัด สี น้ำหอม เคมีเครื่องสำอาง อาทิ กลีเซอรีน โซดาไฟเกล็ด โซเดียมเมต้าไบซัลไฟต์ เอทิลแอลกอฮอล์ ฯลฯ สารพัดด้านเคมี เวิลด์เคมิคอล กรุ๊ป พร้อมให้บริการและให้ปรึกษากับลูกค้าทุกท่าน

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Line ID : @worldchemical
Facebook : https://www.facebook.com/chemical.chiangmai
เว็บไซต์ : www.worldchemical.co.th
โทร : 053 204 446-7

Writer Picture - Jirakit Pawnsakunrungrot

Jirakit Pawnsakunrungrot

Technical SEO Specialist, Web Developer, Self-taught chemist