บาดแผลไหม้จากสารเคมี (Chemical Burns) ถือเป็นเหตุฉุกเฉินที่ต้องได้รับการประเมินความรุนแรงและปฐมพยาบาลอย่างถูกต้องทันที

สารอะไรบ้างที่ก่อให้เกิดแผลไหม้จากสารเคมีได้ ?

กลุ่มด่างแก่ (Strong Alkalis/Bases) กลุ่มนี้อันตรายที่สุด ทำลายเนื้อเยื่อลึก

Sodium Hydroxide (NaOH): โซดาไฟ สารล้างท่ออุดตัน ยิ่งถ้า “ร้อน” ความร้อนจะยิ่งเร่งปฏิกิริยาเคมีให้กัดกินเนื้อเยื่อเร็วและลึกขึ้นเป็นทวีคูณ

Calcium Oxide / Calcium Hydroxide: ปูนซีเมนต์ ปูนขาว (ช่างก่อสร้างมักโดนกัดจนเป็นแผลลึกถ้ารองเท้าหรือถุงมือเปียกชื้น)

Ammonia (แอมโมเนียเข้มข้น): น้ำยาทำความสะอาดในอุตสาหกรรม หรือน้ำยาดัดผม/ย้อมผมบางชนิด

กลุ่มสารไวปฏิกิริยาและสารรีดิวซ์รุนแรง (Reactive Chemicals)

Metal Hydrides (เช่น Sodium Hydride – NaH, Lithium Aluminum Hydride – LAH): สารเคมีที่ใช้ในห้องแล็บหรืออุตสาหกรรมเคมี สารพวกนี้ ไวต่อความชื้นมาก เมื่อสัมผัสผิวหนังที่มีเหงื่อ จะทำปฏิกิริยากับน้ำอย่างรุนแรงทันที เกิดเป็นสารละลายด่างแก่ (เช่น NaOH) ร่วมกับปลดปล่อยความร้อนมหาศาล และแก๊สไฮโดรเจนที่ติดไฟได้ ทำให้ผิวหนังไหม้ทั้งจากสารเคมีและจากไฟไหม้พร้อมกัน

Elemental Phosphorus (ฟอสฟอรัสขาว): สารในอุตสาหกรรมทหารหรือเคมี สามารถติดไฟได้เองในอากาศและกัดผิวหนังลึกจนถึงกระดูก

กลุ่มกรดแก่ (Strong Acids) ทำให้เนื้อเยื่อแข็งตัวทันที

Sulfuric Acid (H2SO4): น้ำกรดแบตเตอรี่รถยนต์, น้ำยาล้างห้องน้ำสูตรเข้มข้น (ชนิดกัดคราบฝังลึก) มีฤทธิ์ดึงน้ำออกจากเซลล์อย่างรุนแรงจนผิวไหม้เกรียมสีดำ

Hydrochloric Acid (HCl): กรดเกลือ ผสมอยู่ในน้ำยาล้างห้องน้ำทั่วไปHydrofluoric Acid (HF): กรดกัดแก้ว สารล้างสนิมเหล็ก (อันตรายมาก แม้แผลจะดูไม่ใหญ่ แต่กรดจะซึมลึกไปทำลายแคลเซียมในกระดูกและทำให้หัวใจวายได้)

Nitric Acid (HNO3): กรดดินประสิว ใช้ในงานชุบโลหะหรือห้องแล็บ

ลุ่มสารละลายอินทรีย์และสารทำละลาย (Organic Solvents)

สารล้างสี / น้ำยาลอกสี (Paint Strippers): มักมีส่วนผสมของ Methylene Chloride หรือกรด/ด่างเข้มข้น

Gasoline / Diesel: น้ำมันเชื้อเพลิง หากสัมผัสผิวหนังเป็นเวลานานเกินไป (เช่น เสื้อผ้าชุ่มน้ำมันแล้วไม่ยอมถอดออก) สารละลายจะกัดผิวจนไหม้ระดับ 1-2 ได้เช่นกัน

โดยสามารถแบ่งระดับความรุนแรงและเรียนรู้วิธีรับมือเบื้องต้นได้ดังนี้

ระดับของแผลไหม้จากสารเคมี (Chemical Burns Levels)

ระดับที่ 1 (First-degree burn): ทำลายผิวหนังชั้นนอกสุด (หนังกำพร้า) อาการคือผิวแดง แสบร้อน บวมเล็กน้อย แต่ไม่มีตุ่มพอง

Burns: Types, Symptoms, and Treatments

ขอบคุณภาพจาก: https://www.healthline.com/health/burns

ระดับที่ 2 (Second-degree burn): ทำลายลึกถึงชั้นหนังแท้ ผิวหนังจะบวม แดงจัด มีตุ่มพองใส ปวดแสบปวดร้อนมาก

2nd-Degree Burn: What It Looks Like, Treatment & Healing

ขอบคุณภาพจาก: https://my.clevelandclinic.org/health/symptoms/24527-second-degree-burn

% Chemical Burns ระดับต่าง ๆ และวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ระดับที่ 3 (Third-degree burn): เป็นการไหม้ที่ทำลายผิวหนังทุกชั้นและอาจลึกถึงกล้ามเนื้อหรือกระดูก ผิวหนังอาจเปลี่ยนเป็นสีขาว ดำคล้ำ หรือไหม้เกรียม อาจไม่รู้สึกเจ็บปวดหากเส้นประสาทถูกทำลายไปแล้ว

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น (Chemical Burns First Aid Steps)

ล้างด้วยน้ำสะอาดทันที: ให้ล้างบริเวณที่สัมผัสสารเคมีด้วยน้ำสะอาดไหลผ่าน (เช่น เปิดก๊อกน้ำหรือฝักบัว) นานอย่างน้อย 20 นาทีขึ้นไป กรณีเข้าตาให้เปิดเปลือกตาและล้างด้วยน้ำสะอาดต่อเนื่องอย่างน้อย 15 นาที

กำจัดสารเคมีและเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนออก: สวมถุงมือเพื่อป้องกันตัวเอง ถอดเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือคอนแทคเลนส์ (หากโดนสารเคมีที่ใบหน้า/ดวงตา) ออกอย่างระมัดระวัง หากสารเคมีเป็นผงแห้ง ให้ปัดออกให้หมดก่อนล้างน้ำ

ปิดบาดแผล: ใช้ผ้าก๊อซที่ปลอดเชื้อหรือผ้าสะอาดปิดทับบริเวณแผลหลวมๆ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรก

รู้ได้อย่างไรว่าควรไปโรงพยาบาลหรือปล่อยให้หายเอง

หากประเมินแล้วว่าเป็น แผลไหม้ระดับที่ 1 เท่านั้น คือ ผิวหนังมีแค่รอยแดง แสบร้อนเล็กน้อย คล้ายผิวไหม้แดด ไม่มีตุ่มพองใสเกิดขึ้น และไม่มีเนื้อเยื่อลอกหลุด หรือแผลมีขนาดเล็กกว่า 3 นิ้ว และเกิดในบริเวณที่ไม่ใช่อวัยวะสำคัญ เช่น ต้นแขน, หน้าแข้ง, หรือแผ่นหลัง สามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้น ล้างน้ำสะอาดนาน ๆ แล้วสังเกตอาการเองที่บ้านได้ ส่วนใหญ่สามารถหายได้เอง 100% โดยไม่ต้องรับการรักษาพิเศษจากแพทย์

ผิวหนังจะค่อยๆ ซ่อมแซมตัวเองและหายสนิทภายใน 3 ถึง 6 วัน โดยอาการที่จะเกิดขึ้น ใน 1-2 วันแรกผิวจะแดงและแสบร้อน จากนั้นความแสบจะลดลง ผิวจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น แห้ง และตกสะเก็ดลอกเป็นแผ่นบางๆ คล้ายผิวไหม้แดด แผลระดับนี้ทำลายแค่ผิวหนังชั้นนอกสุด (หนังกำพร้า) จึงไม่ทิ้งรอยแผลเป็นนูน (Keloid) แต่อาจมีรอยดำหรือรอยแดงชั่วคราว ซึ่งจะค่อยๆ จางหายไปเองตามธรรมชาติ

จุดที่ต้องสังเกต

มี ตุ่มพองใส ผุดขึ้นมา (แสดงว่าแผลลึกขึ้นเป็นระดับ 2) มีอาการ ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะลดลงแผลมีอาการ บวม แดงลามกว้างขึ้น หรือมีหนอง (สัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน)

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด ! ! !

ห้ามใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ, ยาสีฟัน, แป้ง, เนย, ยาหม่อง หรือน้ำมันทาแผล: เพราะจะกักเก็บความร้อนและเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง เนื่องจากหลาย ๆ อย่างเป็นไขมัน ซึ่งจะทำหน้าที่เหมือนฟิล์มเคลือบผิว กักเก็บความร้อนจากสารเคมีไม่ให้ระบายออก ทำให้ความร้อนทำลายเนื้อเยื่อลึกลงไปอีก

ห้ามเจาะตุ่มพองใสด้วยตัวเอง: เพราะตุ่มพองเป็นเกราะป้องกันเชื้อโรคตามธรรมชาติ การเจาะจะทำให้แผลติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

อ้างอิงข้อมูลจาก: พรพรหม เมืองแมน. (ม.ป.ป.). การดูแลรักษาผู้ป่วยบาดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก (Burns). คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. mahidol.ac.th

ติดต่อสั่งซื้อสินค้าเลือกซื้อ

สนใจติดต่อ เวิลด์เคมีคอล กรุ๊ป ผู้นําด้านการจําหน่ายและนำเข้า สารเคมีภัณฑ์ เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ และ ขนาดย่อม ประเภท เคมีอุตสาหกรรม เคมีทําความสะอาด เคมีสระว่ายน้ำ เคมีบำบัดน้ำ เคมีงานปั้น-งานหล่อ เคมีอาหาร กลิ่น สารสกัด สี น้ำหอม เคมีเครื่องสำอาง อาทิ กลีเซอรีน โซดาไฟเกล็ด โซเดียมเมต้าไบซัลไฟต์ เอทิลแอลกอฮอล์ ฯลฯ สารพัดด้านเคมี เวิลด์เคมิคอล กรุ๊ป พร้อมให้บริการและให้ปรึกษากับลูกค้าทุกท่าน

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Line ID : @worldchemical
Facebook : https://www.facebook.com/chemical.chiangmai
เว็บไซต์ : www.worldchemical.co.th
โทร : 053 204 446-7